posttoday
ไอที-กาแฟอาเซียน บุกเชียงใหม่ชูท่องเที่ยวสู้ศึก

ไอที-กาแฟอาเซียน บุกเชียงใหม่ชูท่องเที่ยวสู้ศึก

20 กรกฎาคม 2558

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

หัวเมืองใหญ่เป็นจังหวัดกลุ่มแรกๆ ที่จะได้รับทั้งโอกาสและผลกระทบจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เนื่องจากมักเป็นจังหวัดที่ทุนไทยมีศักยภาพ พร้อมกับเป็นพื้นที่เป้าหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ จ.เชียงใหม่ เองถือเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงนี้

ล่าสุด จากงานเสวนา “โอกาสและผลกระทบของเออีซีต่อเศรษฐกิจและพื้นที่ภาคเหนือ” จัดโดยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จักริน วังวิวัฒน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า กลุ่มธุรกิจหนึ่งในเชียงใหม่ที่น่าจะได้รับผลกระทบจากการเปิดเออีซี คือ กลุ่มธุรกิจไอที เนื่องจากปัจจุบันเริ่มมีชาวสิงคโปร์เข้ามาเช่าอพาร์ตเมนต์ในเชียงใหม่ เพื่อทำซอฟต์แวร์เฮาส์ ส่งงานกลับไปยังบริษัทแม่ที่สิงคโปร์แล้ว

นอกจากนี้ อีกธุรกิจหนึ่งที่น่าจะได้รับผลกระทบในอนาคต คือ ธุรกิจกาแฟ เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มซีแอลเอ็มวีมีไร่กาแฟขนาดใหญ่ มีกำลังการผลิตค่อนข้างสูง ทำให้มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทย แม้ปัจจุบันการนำเข้ากาแฟจากอาเซียนยังมีภาษีประมาณ 5% แต่ในอนาคตไม่รู้ว่าจะปรับลดลงมาเหลือ 0% หรือไม่

“ที่สำคัญผู้ประกอบการที่เติบโตในเชียงใหม่ขณะนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผู้ประกอบการจากส่วนกลางที่เข้ามาลงทุนในเชียงใหม่ เช่น ผู้ประกอบการภาคก่อสร้าง จึงต้องตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นของเชียงใหม่ยังเติบโตและแข่งขันได้”

ที่ผ่านมาภาครัฐดำเนินโครงการพาผู้ประกอบการเข้าไปโรดโชว์ในกัมพูชา เมียนมา และลาวจำนวนมาก แต่เมื่อพาไปโรดโชว์เสร็จ มักไม่ได้สานต่อ ขณะนี้สภาจึงพยายามเป็นตัวประสาน ดำเนินการให้ผู้ประกอบการในเชียงใหม่รวมตัวกัน ไม่แข่งขันกันเอง เพื่อเพิ่มศักยภาพและพาไปโรดโชว์ในประเทศเพื่อนบ้านปีละอย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อให้รับทราบข้อมูลข่าวสารของแต่ละประเทศและเกิดการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งเป็น 2 ปัจจัยสำคัญในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน

“อุตสาหกรรมที่เราเร่งส่งเสริมไปประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุดขณะนี้ คืออุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เน้นร่วมมือกันทำเรื่องการพัฒนาและวิจัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน”

ด้าน อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโสสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย บอกว่า ตอนนี้ตลาดส่งออกอาเซียนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มอาเซียนดั้งเดิม 5 ประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ ภาพรวมการเติบโตของประเทศกลุ่มนี้ลดลงเรื่อยๆ จากหลายสาเหตุ เช่น อินโดนีเซียกำลังส่งเสริมให้ประชาชนใช้สินค้าในประเทศ ขณะเดียวกันภาคการผลิตก็ไม่ได้มองเออีซีมากนัก เพราะขายให้ครบทุกเกาะในประเทศได้ก็ภูมิใจแล้ว ทำให้ภาคการส่งออกของไทยลำบาก

2.กลุ่มซีแอลเอ็มวี กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่ยังเป็นโอกาสของไทยผู้ประกอบการภาคเหนือควรเลือกเจาะตลาดประเทศกลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นประเทศที่กำลังเติบโตทั้งในแง่เศรษฐกิจ จำนวนผู้บริโภค และกำลังซื้อของผู้บริโภค

“ภาคการส่งออกปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวติดกันเป็นปีที่ 3 คาดว่าจบปี 2558 น่าจะติดลบ 3% ปีหน้ายังมีโอกาสเติบโตติดลบอีกปี หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว”

นอกจากนี้ ภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมของไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากด้านต่างๆ มาก เช่น ภาคเกษตรได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารและสินค้าเกษตรในเชียงใหม่ หากต้องเปรียบเทียบระหว่างภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ เชียงใหม่ควรพัฒนาภาคบริการเพื่อรองรับเออีซีมากที่สุด เชื่อว่าใน 3-5 ปีข้างหน้าจะมีการเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างกันมากขึ้น

ด้าน วิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า ขณะนี้จังหวัดได้เตรียมความพร้อมโดยการผลักดันให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มมากยิ่งขึ้น เช่น การผลักดันเปิดสนามบินแห่งที่ 2 ในเชียงใหม่ การผลักดันให้มีจุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันได้แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือ โดยร่วมมือกับหน่วยงานของกระทรวงแรงงาน เร่งพัฒนาฝีมือให้แก่แรงงานไทยและแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน