
ตลาดผู้สูงอายุ กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
พร วิรุฬห์รักษ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงตลาดผู้สูงอายุกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างน่าสนใจว่า จากกรณีศึกษาของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำแห่งหนึ่งได้สำรวจความคิดเห็นของผู้สูงอายุที่มีฐานะดี มีบ้านใหญ่โต แต่ตัดสินใจขายบ้านนั้นแล้วมาอยู่ในคอนโดมิเนียม เพราะสะดวกและปลอดภัยกว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาสอันน่าสนใจ แต่หลายบริษัทเองก็ยังไม่กล้าที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองตลาดนี้แบบตรงไปตรงมา
พร วิรุฬห์รักษ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงตลาดผู้สูงอายุกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างน่าสนใจว่า จากกรณีศึกษาของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำแห่งหนึ่งได้สำรวจความคิดเห็นของผู้สูงอายุที่มีฐานะดี มีบ้านใหญ่โต แต่ตัดสินใจขายบ้านนั้นแล้วมาอยู่ในคอนโดมิเนียม เพราะสะดวกและปลอดภัยกว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาสอันน่าสนใจ แต่หลายบริษัทเองก็ยังไม่กล้าที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองตลาดนี้แบบตรงไปตรงมา
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับผู้สูงอายุในประเทศไทยนั้น มักจะมีแต่ข้อมูลที่เป็นเชิงปริมาณ เชิงกายภาพเป็นหลัก แต่ข้อมูลในมิติที่มีความสำคัญกับการพัฒนากลยุทธ์ด้านการตลาดมาก คือข้อมูลทาง “จิตวิทยา” ของผู้สูงอายุ “ที่มีกำลังซื้อ” ในประเทศไทย โดยลองเปรียบเทียบ 5 ลักษณะนี้ ที่เรียกว่าเป็น “ความสับสนในตัวเอง” (Paradox) ดูว่าใช่หรือไม่
1.รู้ว่าอายุมาก แต่อยากอยู่แบบคนอายุน้อย-ผู้สูงอายุของประเทศไทยที่เป็นผู้มีกำลังซื้อนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน คนเหล่านี้คือคนที่มีพลัง ยังอยากทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ดังนั้น หากพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความชัดเจนเหมือนกับติดป้ายบอกโลกว่า “กูแก่แล้ว” รับรองตลาดกลุ่มนี้จะไม่เอาแน่นอน
2.รู้ว่าอยากอยู่ใกล้ลูกหลาน แต่ก็รู้ว่าใกล้มากแล้วลูกหลานจะไม่ชอบ-พ่อแม่หลายท่านรักที่จะเจอลูกเจอหลาน แต่ไม่ได้อยากเจอทุกวัน ไม่ได้อยากรับภาระเลี้ยงหลานแทนลูกแบบถาวรเหมือนครอบครัวแรงงานระดับล่าง สิ่งที่ท่านเหล่านี้ต้องการคือ “ระยะอันสุนทรีย์” ที่ไม่ไกลเกินไปและไม่ได้ใกล้เกินไป
3.รู้ว่าอยู่ด้วยกันแล้วจะเข้าใจกัน แต่ไม่อยากเห็นกัน-ในต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ชุมชนผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่คนชั้นกลางในประเทศรอคอย เพราะจะได้ไปเจอเพื่อนใหม่และคู่รักใหม่ แต่ผู้สูงอายุไทยไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่ได้ต้องการตื่นขึ้นมาเจอผู้สูงอายุด้วยกัน ต้องการเห็นคนหนุ่มคนสาวบ้าง ถ้าทั้งหมู่บ้านรอบตัวเป็นผู้สูงอายุหมด เกิดเป็นความเหี่ยวเฉา
4.รู้ว่าต้องใกล้แพทย์ แต่ไม่อยากสัมผัสบรรยากาศโรงพยาบาล-ผู้สูงอายุหลายท่านมีปัญหาสุขภาพตามวัย และต้องพบแพทย์เป็นประจำ ดังนั้น อสังหาริมทรัพย์ที่สร้างขึ้นมาตอบสนอง ผู้ป่วยจะเข้ามาให้บริการ เหมือนโรงพยาบาลสมัยใหม่ระดับเกรดเอ ทำหน้าตา บรรยากาศให้เหมือนโรงแรมมากขึ้น
5.รู้ว่าต้องมีอุปกรณ์ช่วย แต่ไม่ได้อยากเห็นมันตลอดเวลา-ตรงนี้ก็เป็นประเด็นเดียวกับข้อ 4 คือ ต้องมีเก้าอี้ ต้องมีไม้เท้า แต่ขอไม่ต้องอยู่ใกล้สายตามากนักจะได้หรือไม่
โดยสรุปคือ เป็นวัยแห่งความขัดแย้ง คล้ายกับวัยรุ่น แต่เป็นคนละมิติกัน วัยสูงอายุเองอาจจะมีความสับสนไม่แพ้กัน หากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สนใจตลาดนี้ต้องการจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตลาดนี้โดยเฉพาะจะต้องมีความระมัดระวังอย่างมากในการวางแผน เมื่อเราทราบข้อเท็จจริงต่างๆ แล้ว ก็มาลองวางกลยุทธ์การทำตลาดให้สอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ เหล่านี้







