
แนวคิดการป้องกัน การโจมตีในโลก Cyber (1)
โดย...พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ
โดย...พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ
อาชญากรรมในโลก Cyber ยังคงเป็นประเด็นหลักในวงการ IT ที่วันนี้เต็มไปด้วยแนวคิดในการหาวิธีการป้องกันการโจมตี โดยกลุ่มองค์กรและกลุ่มธุรกิจในประเทศไทยก็ยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกๆ ทำให้ตอนนี้มีการพูดถึงเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันองค์กรให้พ้นจากภัยร้ายเหล่านั้น และได้มีการจัดอันดับจากสำนักจัดอันดับต่างๆ เช่น Gartner หรือองค์กรอิสระอื่นๆ บางแห่งก็มีบ้างที่เป็นการเชียร์ในตัวสินค้ามากกว่าการบอกว่าสินค้าตัวนั้นจะช่วยองค์กรในเรื่องใดบ้าง
ไม่มีเครื่องมือที่ดีที่สุดในการป้องกันองค์กร
ส่วนใหญ่แล้วทุกองค์กรมักจะมองไปที่ปลายของปัญหาแทบจะทั้งสิ้น หลังจากทุกครั้งที่เกิดการก่ออาชญากรรมทาง Cyber แล้วนั้นค่อยมาหาเครื่องมือที่ใช้สำหรับการป้องกัน ซึ่งเครื่องมือแต่ละชนิด แต่ละยี่ห้อนั้นก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เครื่องมือรักษาความปลอดภัยเหล่านี้จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละองค์กรเอง ซึ่งถึงแม้มีเครื่องมือที่ดีแต่ขาดผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้ก็ไม่ต่างกับ “ไก่ได้พลอย” และครั้นจะทำให้การทำงานยุ่งยากลงไปอีก ในทางกลับกันบางองค์กรอาจจะไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพเลย แต่ก็ยังสามารถป้องกันการคุกคามจากภัย Cyber ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน
สิ่งที่ต้องทำก่อนใช้เครื่องมือในการป้องกัน
“Strategy first, Then Tools” กว่า 12 ปีในการให้คำปรึกษาการวางระบบกับองค์กรต่างๆ พบได้ว่ากว่า 70% ขององค์กรที่เข้าไปให้คำปรึกษาไม่รู้ว่า “ระบบของตัวเองทำงานอย่างไร” และจะต้องแก้ไขอย่างไร ดังนั้นการแก้ไขปัญหาหรือการป้องกันเชิงรุกจะไม่เกิดขึ้น แต่ส่วนมากมักจะเป็นการแก้ไขหรือวางระบบเป็นจุดๆ ไปเท่านั้น ซึ่งนั่นแปลว่าความเสี่ยงสามารถกระจาย หรือแทรกแซงมาจากจุดอื่นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งโดยหลักแล้วนั้นควรจะต้องเรียนรู้ระบบและเข้าใจระบบของตัวเองก่อน โดยการประเมิน ทำการสำรวจระบบ และวาดแผนภาพการทำงานของระบบออกมาให้ชัดเจน
การนำเอามาตรฐานต่างๆ เช่น COBIT, ITIL, NIST Cyber Security มาใช้งานในองค์กรก็ถือได้ว่าเป็นการตรวจสอบการทำงานของตัวระบบว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้สามารถช่วยประเมินมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยขององค์กรให้ออกมาเป็นรูปธรรมและสามารถจับต้องได้ รวมถึงบอกถึงวิธีการแก้ไขภายในสภาพแวดล้อมปัจจุบันและเรียงลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำก่อนหลัง เพื่อเพิ่มคุณภาพของระบบไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรทาง Cyber ได้อย่างทันท่วงที
ขนาดขององค์กรที่มีขนาดใหญ่ การประเมินความเสี่ยงก็จะต้องมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น ซึ่งการดำเนินการใดๆ กับองค์กรที่มีความใหญ่มากๆ นั้น ปัญหาและความเสี่ยงก็จะมีความใหญ่ขึ้นตามไปด้วยอย่างแน่นอน ดังนั้นหลังจากการวางแผนที่มีประสิทธิภาพ องค์กรจะสามารถเห็นช่องว่างที่เกิดขึ้นและสามารถเลือกใช้เครื่องมือต่างๆ ที่เหมาะสมเพื่อปิดช่องว่างได้อย่างถูกต้อง ซึ่งปัจจุบันเครื่องมือเหล่านี้มีให้เลือกอยู่หลากหลายรูปแบบ เช่น SIEM, Compliance Tools, Encryption Tools, Data Integration Tools, Business Intelligent Tools และ Data Discovery Tools เป็นต้น







