
ลักษณะเด่น SME และแนวทาง ปรับปรุงตัวเองเสียใหม่เพื่อการเข้าถึงแหล่งทุน
เมื่อผมได้เดินทางมาร่วมงานสัมมนาและประชุมทางวิชาการของสถาบันการศึกษาที่เป็นแหล่งรวมนักคิด (Think Tank) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ที่บรรดานักวิชาการจะรู้ว่า ธนาคารเพื่อการพัฒนารายนี้มีบทบาทสูงในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและวิชาการต่อประเทศในแถบเอเชียเป็นอย่างมาก สถาบันนี้มีชื่อย่อว่า ADBI โดยมีผู้อำนวยการสถาบันชาวญี่ปุ่นชื่อ ศ.ดร.โยชิโน่ ในเอกสารการบรรยายที่ว่าด้วยการศึกษา SME นั้น ผมมาสะดุดตาตรงข้อความที่ท่านบรรยายว่า SME มีลักษณะที่น่าสนใจหลายประการ แต่ที่ทำให้ทุกคนในห้องประชุมระเบิดเสียงหัวเราะ และพยักหน้ากันทุกประเทศก็คือว่า SME จะมีการทำบัญชีหลายเล่ม
เมื่อผมได้เดินทางมาร่วมงานสัมมนาและประชุมทางวิชาการของสถาบันการศึกษาที่เป็นแหล่งรวมนักคิด (Think Tank) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ที่บรรดานักวิชาการจะรู้ว่า ธนาคารเพื่อการพัฒนารายนี้มีบทบาทสูงในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและวิชาการต่อประเทศในแถบเอเชียเป็นอย่างมาก สถาบันนี้มีชื่อย่อว่า ADBI โดยมีผู้อำนวยการสถาบันชาวญี่ปุ่นชื่อ ศ.ดร.โยชิโน่ ในเอกสารการบรรยายที่ว่าด้วยการศึกษา SME นั้น ผมมาสะดุดตาตรงข้อความที่ท่านบรรยายว่า SME มีลักษณะที่น่าสนใจหลายประการ แต่ที่ทำให้ทุกคนในห้องประชุมระเบิดเสียงหัวเราะ และพยักหน้ากันทุกประเทศก็คือว่า SME จะมีการทำบัญชีหลายเล่ม
เล่มที่ 1 ทำให้เจ้าหนี้ดู
เล่มที่ 2 ทำให้ทางการเพื่อเสียภาษี
เล่มที่ 3 ทำให้ตัวเองดู
เล่มที่ 4 ทำให้ภรรยาดู
สำหรับผู้เขียนคิดว่ามันอาจมีเล่มที่ 5 เล่มที่ 6 สำหรับใครต่อใครก็เป็นไปได้ ลักษณะแบบนี้หากเราๆ ท่านๆ เป็นคนตัดสินใจที่จะนำเอาเงินฝากของประชาชนคนอื่นมาให้ SME รายนี้กู้ ท่านจะตัดสินใจอย่างไร จะให้หรือไม่ให้เงินกู้ ลักษณะอันโดดเด่นนี้มันดีต่อตัวของ SME มั้ย ถ้ามันไม่ดี มันไม่ถูก มันไม่ควร มันไม่จริงใจกับความจริง ทำไมมันจึงยัง “ดำรงคงอยู่จนเป็นลักษณะเด่นที่ถูกกล่าวขาน” ในแวดวงวิชาการได้ขนาดนี้
การที่ SME ต้องการเงินทุนและมีปัญหาการหมุนเงิน การหมุนหนี้ มันเป็นผลมาจากสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือมันเป็นเหตุที่ทำให้การพัฒนามันไม่ไปถึงไหน...เพราะเรามักจะได้อ่านข่าวสารเสมอว่า SME มีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ขายไม่ค่อยเก่ง บัญชีไม่ค่อยเรียบร้อยผลิตยังไม่ดี บริหารงานแบบคนเดียวทำเองหมด ที่สุดคือมีอาการร้อนเงินแทบจะตลอดเวลา ยิ่งภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตไม่มาก และเติบโตอย่างช้าๆ ยอดขายไม่เข้าเพราะคนซื้อของมีหนี้ที่ตนเองก่อไว้มาก เหลือเงินหลังหักค่าผ่อนสารพัดหนี้แล้วต้องประหยัดเลยซื้อเท่าที่จำเป็น ซื้อน้อยลง ซื้อถี่น้อยลง ซื้อต่อครั้งเป็นเงินน้อยลงและหากว่าทุกครั้งที่เกิดเรื่องแบบนี้ก็จะมีการร้องว่า SME ได้รับผลกระทบมาก หลวงท่านต้องหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เงื่อนไขผ่อนปรน จัดให้มีการค้ำประกันเงินกู้เพิ่ม หนี้เก่าที่มีก็ให้ใส่เสื้อยืดออกไป หารยาวออกไป พักชำระต้นบ้าง พักชำระดอกบ้าง คนหรือสถาบันที่จะทำอย่างนี้ได้ เงินที่เอามานั้นต้องต้นทุนต่ำ ผ่อนปรนเรื่องการบริหารความเสี่ยงลงไปอีก ท่านผู้อ่านครับหากเงินนั้นเป็นเงินออมของครอบครัวเราเราจะยอมหรือไม่ ที่จะให้มีคนหยิบเอาไปให้กับ SME และหากว่าเงินนั้นเป็นภาษีเราหล่ะ เราคิดอย่างไร หากว่าเงินนั้นเราต้องไปกู้มาจากคนอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราจะดำเนินการส่งผ่านเงินกู้นั้นไปหา SME หรือไม่
การปฏิรูปความคิดต้องเกิดขึ้นใหม่มั้ยว่า SME ต้องปรับปรุงตัวเองก่อน บัญชีต้องมีเล่มเดียว ผมย้ำว่าเล่มเดียวที่ถูกต้องเท่านั้น เราๆ ท่านๆ จึงจะยอมให้เงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรน ท่านว่าถูกต้องมั้ย หากไม่เป็นเช่นนั้นมันก็ขัดกับหลักการที่ว่า เสี่ยงสูงก็ต้องคิดค่าความเสี่ยงผลตอบแทนให้คุ้ม High risk High return หรือเมื่อเกิดได้ต้องตายเป็น หรือเมื่อเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ หรือเมื่อกู้เขามาก็ต้องคืนเขาไป เป็นหนี้ ต้องใช้หนี้ สัญญาต้องเป็นสัญญาสิ ใช่หรือไม่ สุดท้ายครับ ต้องมีเครดิต และเครดิตจะดี ไม่มีขาย อยากจะได้ ก็ต้องทำเอง...ขอบคุณครับ







