
SMEแบงก์จับมือบสย.ช่วยค้ำผู้ประกอบการ1.5หมื่นล.
เอสเอ็มอีแบงก์ จับมือ บสย. ช่วยค้ำผู้ประกอบการ 1.5 หมื่นล้านบาท ในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
เอสเอ็มอีแบงก์ จับมือ บสย. ช่วยค้ำผู้ประกอบการ 1.5 หมื่นล้านบาท ในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ( เอสเอ็มอีแบงก์ ) และนายญาณศักดิ์ มโนมัยพิบูลย์ ประธานกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บสย. ) ร่วมลงนามในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Policy Loan วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ที่รัฐบาลต้องการช่วยเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 4% และให้ บสย.เข้าค้ำประกันเพื่อลดความเสี่ยงของธนาคารผู้ปล่อยกู้สูงสุด 18% ของยอดเงินให้สินเชื่อ
ทั้งนี้ได้กำหนดเงื่อนไข 1. กรณีวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่มีหลักประกัน จะให้ บสย.ค้ำประกันทั้งจำนวน 2. กรณีวงเงินกู้มากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ถ้าผ่านการคัดกรองจากหน่วยงานพันธมิตรที่เซ็นเอ็มโอยูกับเอสเอ็มอีแบงก์ ทาง บสย. จะค้ำประกันให้ทั้งหมด แต่ถ้ากรณีที่ไม่ผ่านการคัดกรองจากหน่วยงานพันธมิตร ให้ใช้ส่วนผสมโดยใช้หลักประกันตามเกณฑ์ปกติของธนาคาร 40% และ บสย. ค้ำประกัน 60% ของยอดสินเชื่อ และ 3. กรณีวงเงินมากกว่า 5 ล้านบาท ให้ใช้หลักประกันตามเกณฑ์ของธนาคาร
สำหรับโครงการ Policy Loan สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ปีที่ 1 – 3 อัตราดอกเบี้ยเพียง 4% สำหรับวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทแรก และปีที่ 4-5 วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี และถ้าวงเงินเกินกว่า 5 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์ของธนาคาร โดยมีระยะเวลาการกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี และปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน
นอกจากนี้ บสย. จะยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ผู้กู้ในปีแรก ส่วนปีที่ 2-3 เก็บค่าธรรมเนียม 1% ของวงเงินค้ำประกัน จากอัตราปกติที่เรียกเก็บ 1.75% โดยกระทรวงการคลังจะชดเชยส่วนที่ขาดให้ บสย. และในปีที่ 4 – 5 จะต้องให้ SMEs จ่ายค่าธรรมเนียมให้ บสย. ตามปกติ คือ 1.75 % ของวงเงินที่ค้ำประกัน
ทั้งนี้ล่าสุด ณ วันที่ 15 กค. 2558 มีเอสเอ็มอียื่นขอกู้แล้ว 1,217 ราย รวมเป็นวงเงิน 6,185 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการขอกู้ของSMEs ที่ถูกผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ 3,897ล้านบาท (867 ราย) ส่วนที่เหลือเป็น SMEs ขนาดเล็กที่ประสงค์ค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน







