posttoday
ทีวีดิจิทัลครึ่งปีหลัง ปรับผัง/ชิงเหลี่ยมค่าโฆษณา

ทีวีดิจิทัลครึ่งปีหลัง ปรับผัง/ชิงเหลี่ยมค่าโฆษณา

20 กรกฎาคม 2558

หลังจากสถานการณ์ทีวีดิจิทัลเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ละช่องทยอยจ่ายค่าใบอนุญาตงวดที่ 2 เป็นที่เรียบร้อย ยกเว้น 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล

โดย...จะเรียม สำรวจ

หลังจากสถานการณ์ทีวีดิจิทัลเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ละช่องทยอยจ่ายค่าใบอนุญาตงวดที่ 2 เป็นที่เรียบร้อย ยกเว้น 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล จากนั้นบรรดาช่องใหญ่ช่องเล็กต่างก็ดิ้นปรับผังรายการในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อเรียกเรตติ้ง หวังดึงเอเยนซีให้เข้ามาสนใจซื้อโฆษณา ส่งผลให้สมรภูมิการแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิทัล เริ่มกลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง โดยมีประเด็นที่น่าจับตาช่วงครึ่งปีหลังนี้ คือ ราคาค่าโฆษณา

ทั้งนี้ เพราะการแข่งขันในครึ่งปีหลัง จะมีทั้งช่องที่ประกาศขยับค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น หลังจากเรตติ้งเริ่มหนีช่องอื่นชัดเจน ขณะเดียวกันบางช่องกลับใช้กลยุทธ์ตรึงราคาค่าโฆษณาไว้ เพื่อเรียกลูกค้าที่อยากลองโฆษณาผ่านทีวีดิจิทัลในราคาที่ไม่สูง แต่ออกอากาศได้ครอบคลุมทั่วประเทศ

อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มของภาพรวมทีวีดิจิทัลที่เริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้เริ่มมีการคาดการณ์ว่า นับตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2558 นี้เป็นต้นไป แนวโน้มของค่าโฆษณาในทีวีดิจิทัล จะมีการปรับเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30-40% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2559

รติวัลคุ์ ศรีมงคลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย กล่าวว่า ภาพรวมทีวีดิจิทัลในช่วงครึ่งปีหลังนี้มีแนวโน้มดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก เห็นได้จากการที่ผู้ประกอบการแต่ละช่องเริ่มออกมาใช้งบลงทุนในการผลิตคอนเทนต์มากขึ้น ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวส่งผลดีถึงบริษัทในฐานะผู้รับจ้างผลิตรายการทีวี

คอนเทนต์ที่บรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจับมาใส่ในผังรายการครึ่งปีหลังนี้ ส่วนใหญ่ยังคงเน้นไปที่คอนเทนต์บันเทิงในหมวดของละครไทย เนื่องจากพฤติกรรมของคนไทยยังคงให้ความสนใจกับการดูละคร ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวจะเห็นได้ว่าผังรายการใหม่ของแต่ละช่องจะมีคอนเทนต์ละครเข้าไปอยู่เป็นหนึ่งของรายการใหม่

นอกจากนี้ ในส่วนของคอนเทนต์รายการวาไรตี้ ก็เป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์หลักที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลให้ความสำคัญกับการปรับผังรายการในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งแนวของรายการวาไรตี้ที่แต่ละช่องนำมาออกอากาศ เพื่อดึงความสนใจสายตาผู้ชม ยังคงเน้นไปที่ความบันเทิง สนุกสนาน และการให้เกร็ดความรู้

ช่องที่ออกมาประกาศปรับผังรายการใหม่ พร้อมขยับค่าโฆษณาขึ้นรายล่าสุด คือ ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ หลังจากรายการชิงร้อยชิงล้าน ซันชายเดย์สิ้นสุดสัญญากับช่อง 3 ทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์ก็ดึงรายการดังกล่าวมาออกอากาศในช่องของตัวเองทุกวันอาทิตย์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อรายการเป็น ชิงร้อยชิงล้าน ว้าวว้าวว้าว ซึ่งหลังจากเริ่มนำรายการมาออกอากาศตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เรตติ้งของช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.5 ใกล้เคียงกับที่เคยออกอากาศในช่อง 3

สำหรับผังรายการใหม่ที่ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ จะนำมาออกอากาศในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะมีทั้งรายการวาไรตี้ เกมโชว์ และละครรวมกว่า 10 รายการ เพื่อขยายฐานผู้ชมไปยังพื้นที่นอกเมือง ซึ่งนอกจากจะปรับผังรายการใหม่แล้วช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ยังได้มีการปรับค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น 30% ตั้งแต่เดือน ก.ค.นี้เป็นต้นไป จากเฉลี่ย 3 หมื่นบาท/นาที เพิ่มเป็น 4 หมื่นบาท/นาที หลังจากเดินหน้าปรับผังรายการใหม่เพื่อขยายฐานผู้ชมเพิ่ม

ในส่วนของช่อง 8 ของกลุ่มอาร์เอส ก็ออกมาประกาศแผนครึ่งปีหลังด้วยการเน้นคอนเทนต์ละครเป็นแม่เหล็กสำคัญในการเรียกเรตติ้ง จากเดิมสัดส่วนของคอนเทนต์ละครจะอยู่ที่ประมาณ 15% เพิ่มเป็น 20% ส่วนที่เหลือแรกประมาณ 50% จะเป็นรายการวาไรตี้ 25% เป็นรายการข่าว และ 5% เป็นรายการกีฬา โดยในส่วนของคอนเทนต์ละครช่อง 8 ได้มีการขยายเวลาการออกอากาศจาก 1 ชั่วโมง เป็น 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งหลังจากปรับผังรายการใหม่มียอดผู้ชมที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 3.5 แสนคน/นาที จากปัจจุบันมียอดผู้ชม 2.5 แสนคน/นาที

อีกหนึ่งช่องที่หันมาให้ความสำคัญของการปรับผังรายการใหม่ ด้วยการหันมาผลิตคอนเทนต์ละครเพิ่มขึ้น คือ ช่องพีพีทีวี โดยในส่วนของครึ่งปีหลังนี้บริษัทได้เตรียมละครไว้ 3 เรื่อง เพื่อออกอากาศ คือ ปริศนา เริ่มออกอากาศแล้วตอนนี้ หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องเจ้าสาวของอานนท์ และรัตนาวดี 

ขณเดียวกัน ก็จะให้ความสำคัญคอนเทนต์กีฬา ด้วยการนำการแข่งขันกีฬาสำคัญๆ มาออกอากาศ เช่น ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี (UEFA U21) รายการศึกฟุตบอลทัวร์นาเมนต์
3 ทวีป (ICC) รายการแข่งขันฟุตบอลเคลย์ พรีเมียร์ลีก และรายการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน ซึ่งหลังปรับผังรายการใหม่ แต่ทางช่องพีพีทีวีกลับใช้กลยุทธ์ตรึงค่าโฆษณาไว้เท่าเดิม ไม่ขึ้นค่าโฆษณาเหมือนช่องอื่นที่ปรับผัง โดยพีพีทีวีเอชดีตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะมีเรตติ้งเพิ่มเป็น 0.1-0.2 จากปัจจุบันเรตติ้งอยู่ที่ 0.082

ด้านช่อง 9 หลังจากเพลี่ยงพล้ำให้ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ และช่อง 8 ก็ตั้งหลักพร้อมออกมาปรับผังรายการในเฟสที่ 2 ช่วงเดือน ส.ค.นี้ ด้วยการนำรายการวาไรตี้ และละครประมาณ 10 รายการ มาออกอากาศ เพื่อรักษาเรตติ้งอันดับ 5 ไว้ เพราะการอยู่ในอันดับ 1-5 ถือเป็นปัจจัยสำคัญของการขายโฆษณา ซึ่งช่อง 9 ยังคงไว้ราคาเดิม

จากบรรทัดฐานที่เอเยนซีวางไว้ว่าจะเลือกซื้อโฆษณาใน 10 อันดับแรกเป็นหลัก ส่งผลให้หลายช่องพยายามดันเรตติ้งของตัวเองให้เข้าวิน ใครจะตีตื้นหรือใครจะเพลี่ยงพล้ำคงต้องจับตาดูกับแบบเดือนต่อเดือน เพราะช่วงนี้เริ่มมีหลายช่องแรงแผ่วบางช่องมาแรง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ