
'ออมนิแชนแนล' การตลาดเจาะออนไลน์
การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์และอีคอมเมิร์ซของไต้หวัน มีความโดดเด่นและประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอย่างมาก
โดย...บับเบิล บี
การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์และอีคอมเมิร์ซของไต้หวัน มีความโดดเด่นและประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอย่างมาก โดยมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในไต้หวันคิดเป็น 11% ของรายได้ทั้งหมดในประเทศ หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ในขณะที่ยอดธุรกิจค้าปลีกของไทยปี 2556 มีมูลค่าสูงถึง 9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนซื้อขายอีคอมเมิร์ซแค่ 0.2% เท่านั้น เธลมา หลิน ผู้จัดการ บริษัท คาคาฟลาย ประจำประเทศไทย บริษัทสื่อโฆษณาดิจิทัลของไต้หวัน กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก เดิมทีผู้คนจะเสพสื่อหลัก เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ และทีวีเป็นหลัก แต่โลกออนไลน์ทำให้รับข้อมูลจากหลายสื่อพร้อมกัน
“ปัจจุบันประชาชนจะมีดีไวซ์ที่ใช้ในการสื่อสารมากกว่า 1 เครื่อง ต้องยอมรับว่าอินเทอร์เน็ตเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม จากการสำรวจเรื่องการใช้สื่อดิจิทัล โซเชียลมีเดีย และโทรศัพท์มือถือยังพบอีกว่า คนไทยใช้เวลาอยู่กับอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์สื่อสารนานกว่าปกติคือ มากกว่า 5 ชั่วโมงขึ้นไป” เธลมา กล่าว
ทั้งนี้ เว็บไซต์ wearsocial ยังระบุข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต ณ เดือน ม.ค. 2558 ด้วยว่า การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านดีไวซ์เคลื่อนที่ เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตนั้นเฉลี่ยวันละ 4.1 ชั่วโมง และใช้เวลาในการอยู่กับโซเชียลเน็ตเวิร์กเฉลี่ยคนละ 3.8 ชั่วโมง/วัน มากเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ ซึ่งใช้เวลาเฉลี่ย 4.3 ชั่วโมง
นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่ยังมีแนวโน้มที่จะเลือกเชื่อข้อมูลที่มาจากกลุ่มเพื่อนหรือคนที่รู้จักมากที่สุด ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ก่อน แต่เมื่อมีการตัดสินใจจะฟังจากคนใกล้ตัวมากกว่า
เธลมา กล่าวอีกว่า เทรนด์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้นักการตลาดและโฆษณาต้องมองหากลยุทธ์และช่องทางการตลาดใหม่ๆ ที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง บริษัทต่างๆ จึงหันมาใช้งบโฆษณาบนช่องทางออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก กูเกิลพลัส ไลน์ และสื่อดิจิทัลรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น อีกทั้งยังลงทุนเรื่องทีมงานที่จะเข้ามาบริหารจัดการสื่อสารกับลูกค้าบนโซเชียลเน็ตเวิร์กของบริษัทโดยเฉพาะ
ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกทั้งรายเล็กและใหญ่ต้องปรับตัวมาใช้งานโมเดลธุรกิจแบบ O2O หรือออนไลน์ไปออฟไลน์ให้มากขึ้น เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ดังนั้น รูปแบบการตลาดควรปรับมาใช้กลยุทธ์แบบออมนิ แชนแนล (OMNI Channel) หรือทำการตลาด แคมเปญ โปรโมชั่น และเจาะกลุ่มเป้าหมายออนไลน์โดยเฉพาะ เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์การใช้สื่อในปัจจุบัน







