posttoday
ก.ล.ต.ยุค ‘รพี’ มุ่งวางรากฐานระยะยาว

ก.ล.ต.ยุค ‘รพี’ มุ่งวางรากฐานระยะยาว

20 กรกฎาคม 2558

โดย...ยินดี  ฤตวิรุฬห์

โดย...ยินดี  ฤตวิรุฬห์

“รพี สุจริตกุล” เพิ่งกลับเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ภายหลังจากออกไปทำงานนอกองค์กรมาหลายแห่ง เรียกได้ว่ารอบด้าน จะมีผลทำให้การดำเนินนโยบายต่างๆ ของ ก.ล.ต.หลังจากนี้จะเกิดขึ้นด้วยความเข้าใจ การเปิดรับความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ละเลยที่จะทำหน้าที่ในการกำกับดูแล การบังคับใช้กฎหมายที่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเมื่อรู้โจทย์ว่าอะไรคือปัญหา การจะหาวิธีและแนวทางในการจัดการไม่ใช่เรื่องที่ยาก และการจะออกกฎกติกาอะไรหลังจากนี้จะไม่ใช่เป็นการเหวี่ยงแห แต่จะออกเพราะรู้แล้วว่าอะไรคืออะไร ทำให้การทำงานจะเป็นในลักษณะตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำนั่นเอง

รพี กล่าวว่า นโยบายการทำงานจะให้ความสำคัญเรื่องความเข้าใจธุรกิจและสภาพแวดล้อม เปิดรับฟังมุมมองและความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย กฎเกณฑ์ต่างๆ สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงจัดโครงสร้างสายงานภายในองค์กรให้ชัดเจนมากขึ้น นโยบายของสำนักงานหลังจากนี้จะมุ่งเน้นเพื่อให้เกิดการวางรากฐานในระยะยาว ก.ล.ต.จะต้องเป็นองค์กรที่รู้และเข้าใจธุรกิจ รวมถึงจะต้องวางระบบต่างๆ ไว้ให้เหมาะสม ซึ่งเรื่องที่จะทำนั้นอาจไม่ได้เห็นผลในระยะเวลาสั้นๆ แต่จะเห็นผลในระยะยาวได้แน่นอน

การทำงานจะเริ่มเข้าไปดูตั้งแต่ต้นน้ำ คือตั้งแต่ขบวนการเริ่มต้นเลย เช่น กรณีบริษัทจะเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) บริษัทเหล่านี้จะต้องหาที่ปรึกษาทางการเงิน การทำงานของ ก.ล.ต.หลังจากนี้จะไม่มานั่งดูและรออนุมัติในขบวนการสุดท้าย แต่จะเข้าไปพร้อมๆ กับที่ปรึกษาการเงิน เพื่อทำความรู้จักบริษัทที่จะเข้ามาและให้เขาได้รู้ว่าจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง เพื่อให้เป็นไปอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นกันเลย

ในส่วนบริษัทที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วก็ต้องดูในเรื่องของการระดมทุน เช่น การขายหุ้นให้นักลงทุนหรือบุคคลเฉพาะเจาะจง(พีพี) ที่นิยมกันมากและขายในราคาต่ำกว่าตลาด ล่าสุดได้ปรับปรุงเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่พีพี เพิ่มความคุ้มครองผู้ถือหุ้นเดิม และป้องกันการเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง คาดมีผลใช้บังคับภายในเดือน ส.ค.นี้

สำหรับเรื่องของบัญชีก็เช่นกัน หลังจากนี้ทางสำนักงานจะให้ความสำคัญตั้งแต่ระดับ CFO ของแต่ละองค์กร เพราะคือผู้ที่รู้และทำบัญชีให้กับบริษัท ขณะที่ผู้สอบบัญชีก็จะดูในแง่ของกระดาษที่ทำการและการเข้ามาตรวจสอบในภายหลัง ถ้าให้ผู้จัดทำบัญชีขององค์กรรู้และเข้าใจว่าบัญชีที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร ก็จะทำให้ไม่มีปัญหา

“เรื่องเหล่านี้จะเป็นเรื่องที่สำนักงานจะให้ความสำคัญ เพราะถ้าหากทุกอย่างทำถูกต้องตั้งแต่แรกก็จะไม่มีปัญหาในภายหลัง ทุกบริษัทก็จะเกิดความรู้ความเข้าใจ จะไม่ทำอะไรไม่ถูกและไม่ดี”

นอกจากนั้น ก.ล.ต.ก็จะดูเรื่องของคณะกรรมการอิสระของ บจ.ที่ต้องอิสระจริงๆ ทุกวันนี้กรรมการอิสระของ บจ.ไทยไม่ถือว่าอิสระ เพราะในคณะกรรมการทั้งหมด 11 คน มีกรรมการอิสระ 3 คน ที่เหลือยังเป็นคนในสกุลเดียวกัน ซึ่ง บจ.ไทยสัดส่วนถึง 70% ยังเป็นครอบครัว ต่างจากต่างประเทศที่ 60-70% ของบอร์ด กรรมการอิสระเป็นใหญ่และมีคนในครอบครัวเพียง 10% เท่านั้น ดังนั้น จึงต้องเข้าไปดูเพื่อให้การทำงานมีระบบบรรษัทภิบาล หรือซีจีที่ดีขึ้น

ในส่วนของกลางน้ำคือการเข้าไปดูในเรื่องของตัวกลางในที่นี้ คือบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ผู้ซึ่งทำหน้าที่ในการเป็นตัวกลางทั้งที่ปรึกษาการเงินในการขายหุ้น การทำหน้าที่ต่างๆ ซึ่งสำนักงานจะเข้าไปดูแบบละเอียดและลึกมากยิ่งขึ้น เช่น จะเข้าไปดูว่าในการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการเงินและอันเดอร์ไรเตอร์หุ้น ทำหน้าที่อย่างไรในขบวนการกำหนดราคาเสนอขายหลักทรัพย์ ขณะนี้ในระบบก็เห็นภาพชัดเจนว่า บล.ไหน อย่างไร ในการกำหนดราคาเป็นอย่างไร รวมถึงขบวนการในการจัดสรรหุ้นด้วย ตอนนี้ในระบบมีการแข่งขันกันสูงมาก โดยเฉพาะการกำหนดค่าธรรมเนียม (ฟี) ที่มีการหั่นราคากันลงมาเหลือ 2.5-2.7% จากการหารือกับนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เห็นว่าการแข่งขันเรื่องราคาถือว่าเป็นการทำลายตลาด จึงจะต้องเข้าไปปรับปรุงแก้ไข

ส่วนปลายน้ำคือผู้ลงทุนจะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจ และเพิ่มนักลงทุนระยะยาวมากขึ้น ซึ่งก็พยายามเพิ่มจำนวนมาตลอด

สุดท้าย การบังคับใช้กฎหมายจะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นยิ่งการนำมาตรการทางแพ่งมาใช้ ก็น่าจะทำให้การดูแลการกระทำที่ไม่เหมาะสมดำเนินการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายกฎหมายมีการทำแผนและมีการดึงคดีต่างๆ ของสำนักงานมาดูว่าแต่ละเรื่องล่าช้าตรงไหน จะต้องเข้าไปดำเนินการต่ออย่างไรบ้าง ซึ่งก็จะเริ่มเห็นความสำเร็จมากขึ้น และอยากจะเตือนว่าหากมีการกระทำผิดแม้ว่าจะนานแค่ไหนก็สามารถนำมาลงโทษได้

ตอนนี้ต้องมาคิดว่ากฎกติกาต่างๆ ที่ใช้บังคับทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เหมาะสมหรือไม่ และอยากให้นึกภาพหากมีคนเดินเข้าไปจุดไม้ขีดไฟในป่าดิบชื้นกับจุดไฟในป่าเบญจพรรณ ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร!! 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน