posttoday
"สแตนดาร์ดชาร์ตเตอร์ด" ชี้เศรษฐกิจไทยยังห่างไกลวิกฤต

"สแตนดาร์ดชาร์ตเตอร์ด" ชี้เศรษฐกิจไทยยังห่างไกลวิกฤต

19 กรกฎาคม 2558

เศรษฐกิจไทย ชะลอตัว แต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่ากังวลมาก โอกาสเจอวิกฤตน้อย

โดย...วารุณี อินวันนา

"เศรษฐกิจไทย ชะลอตัว แต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่ากังวลมาก โอกาสเจอวิกฤตน้อย ปัญหาเดียวที่ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวคือการขาดความเชื่อมั่นของคนไทยเอง ทำให้ใช้จ่ายในประเทศน้อย แต่คนไทยไปใช้จ่ายที่ยุโรป และ ที่ญี่ปุ่นสูงมาก" สุรศักดิ์ ธรรมโน นักกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) หรือ สแตนชาร์ต  กล่าว

ทั้งนี้ เหตุผลที่  สุรศักดิ์ มองว่าเศรษฐกิจไทยยังห่างไกลวิกฤติหรือสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2540  มาจาก ตัวเลขทางการเงินหลายตัวยังดีมาก โดยอัตราเงินเฟ้อของไทยไม่น่ากังวลมาก แม้ว่ามีรูมที่จะลดดอกเบี้ยลงได้อีก แต่ไทยยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ค่าเงินบาทหลุดระดับ 34 บาทลงไปแล้ว และดุลบัญชีเดินสะพัดยังเป็นบวก สัดส่วนหนี้เสียยังดี การท่องเที่ยวยังเติบโต และการเบิกจ่ายของภาครัฐก็ยังดี ซึ่งโดยรวมแล้วไม่มีความเสี่ยงมากถึงขั้นจะนำไปสู่วิกฤต

"สิ่งที่เราเป็นห่วงในขณะนี้ คือ ภัยแล้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเป็นเรื่องของสภาวะอากาศ โดยเรามองว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ของไทยปีนี้จะอยู่ระหว่าง 3%-4.1% ซึ่งระดับสูงสุดนี้เป็นมุมมองที่ดีกว่าสถาบันอื่นๆ คาดการณ์ เพราะเรามองว่าพื้นฐานของประเทศไม่ได้มีปัญหา หากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐสามารถเบิกจ่ายได้ตามแผนที่วางไว้ จีดีพี ของไทยจะเพติบโตได้ที่ 4.1%"สุรศักดิ์ กล่าว

สุรศักดิ์ กล่าวว่า ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เป็นห่วงและจับตาอย่างใกล้ชิดในปี 2559 คือ เศรษฐกิจจีน เพราะมีสัดส่วนหนี้สูงมาก อัตราการกู้หนี้ยืมสินมีสัดส่วนเกือบ 200% ของทรัพยสิน ขณะที่สหรัฐอเมริกา มีหนี้อยู่ที่ระดับ 100% โดยคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนกันยายนนี้ จากปัจจุบันที่คงนโยบายอัตราดอกเบี้ย 0.00-0.25% จะทำให้จีนมีภาระการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้นในครึ่งหลังของปี 2559  หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว จะกระทบต่อเศรษฐกิจอินเดีย อินโดนีเซีย จะชะลอตัวตามไปด้วย

สำหรับ กลยุทธ์การลงทุนในจีน ในตลาดหุ้นแผ่นดินใหญ่ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ยังมีความกังวล ต้องใช้ความระมัดระวัง แต่ทางธนาคารฯสนใจการลงทุนในหุ้น เอช แชร์ หรือ H shares ซึ่งเป็นหุ้นจากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่เข้าไปจดทะเบียนที่ฮ่องกง ซึ่งเป็นนโยบายการค่อยเปิดตลาดเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปของจีน ไม่ได้เปิดให้เงินไหลเข้าออกอย่างเสรีเหมือนไทย เพราะกลัวถูกโจมตีค่าเงิน

"จีนมีการจำกัดเงินไหลเข้า ออก จีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้ราคาหุ้นเดียวกัน ใน 2 ตลาด ต่างกันมาก เช่น หุ้นบริษัทไชน่า เทเลคอม ที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่ ราคาอยู่ที่ 100 หยวน แต่ที่ตลาดฮ่องกง อยู่ที่ 80 หยวน ทำให้ราคาหุ้น เอช แชร์ ถูกกว่าตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ประมาณ 30-40% อัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ พีอี ก็ต่ำกว่า ความผันผวนก็ต่ำกว่า"สุรศักดิ์ กล่าว

สุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในยุโรป ทางธนาคารฯได้ส่งสัญญาณไปยังลูกค้าทั่วโลกให้รีบเข้าลงทุนช่วงนี้ เพราะค่าเงินยูโร กับค่าเงินเหรียญสหรัฐต่ำมาก ซึ่งดีต่อหลายประเทศ นอกจากนี้ ยอดขายรถยนต์ในยุโรปสูงสุดในรอบ 7-8 ปี ที่ประเทศฝรั่งเศสได้อานิสงค์จากค่าเงินยูโรที่ปรับตัวลง ทำให้นักท่องเที่ยวแห่ไปเที่ยวและใช้จ่ายเงินจำนวนมาก

"ช่วงนี้ ตลาดหุ้นหลักๆ ที่เราเข้าลงทุนคือ ตลาดยุโรป กับตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยมีการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนสูงกว่าเกณฑ์ตลาด ส่วนตลาดหุ้นไทยเราลงทุนตามเกณฑ์ตลาด ตลาดหุ้นอินเดีย ก็ลงทุนตามเกณฑ์ตลาด แต่จะทบทวนอีกครั้งหลังแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของอินเดียออกในช่วงเดือนเมษายนปีหน้า"สุรศักดิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท