
4จีพลิกโฉมการเงิน
ภาคธุรกิจที่เตรียมความพร้อมมากที่สุดกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี คือ ภาคการเงิน
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
ภาคธุรกิจที่เตรียมความพร้อมมากที่สุดกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี คือ ภาคการเงิน เพราะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับเงินทอง การค้าขาย การชำระราคา และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคนทั้งประเทศ การขยับขึ้นไปสู่ระบบ 4จี จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมากมาย
นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย ที่ปรึกษาด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งของธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง ระบุว่า การเข้ามาของ 4จี จะทำให้ปริมาณผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ (โมบายแบงก์กิ้ง) เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อีกด้านหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะรูปแบบการบริโภคข้อมูลที่เปลี่ยนเป็น Subscription Based ที่ผู้บริโภครับข้อมูลข่าวสารแบบเรียลไทม์จากสตรีมมิ่ง จากเดิมที่ต้องอาศัยการดาวน์โหลด ตัวอย่างที่เห็นชัดในต่างประเทศ เช่น iTunes
สถาบันการเงินหลายแห่งกำลังยกระดับดิจิทัลแบงก์กิ้งอย่างจริงจัง จากปริมาณธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์เติบโตสูงอย่างก้าวกระโดด แต่เครือข่ายที่ใหญ่มากทำให้การเปลี่ยนแปลงจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และต้องให้เวลาลูกค้าในกลุ่มดั้งเดิมเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ด้วย
ดังนั้น การพัฒนาระบบอยู่ภายใต้รูปแบบ 2 Speed IT หรือการให้บริการ 2 ระบบ คือ มีระบบดั้งเดิม ควบคู่ไปกับสร้างระบบใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล (Digital Center of Excellence) เพื่อรองรับฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่และการเปลี่ยนรูปแบบใช้บริการของลูกค้ากลุ่มเดิม
นนทวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้แนวคิดการพัฒนาของสถาบันการเงินเพื่อรองรับ 4จี หรือ 5จี ไกลเกินกว่าแค่ธุรกรรมการเงิน แต่กำลังมุ่งหน้าไปสู่การสร้างระบบเชื่อมโยงเศรษฐกิจ (Ecosystem) โดยสถาบันการเงินเป็นตัวกลางสร้างพันธมิตรจากทุกกลุ่มมาเชื่อมโยงกันเพื่อเพิ่มศักยภาพ ผ่านบทบาทการเป็นผู้อำนวยความสะดวกในระบบชำระเงิน โดย 4จี เป็นภาคหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้
“ที่น่าสนใจคือความพร้อมของกฎระเบียบ ที่ต้องเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเศรษฐกิจในอนาคต การกำกับดูแลต้องสอดคล้องไปด้วยกัน” นนทวัฒน์ กล่าว
ทางด้านธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้ประกาศเป็นดิจิทัลแบงก์ทุกแห่ง และทุ่มงบปรับปรุงระบบไอทีขนานใหญ่ ตัวอย่างเช่น ธนาคารกสิกรไทยทุ่มงบกว่า 1,500 ล้านบาท ปรับปรุงระบบไอทีใหม่ทั้งหมดรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอีก 3 ปีข้างหน้า แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาโครงข่าย 4จี
ขวัญเนตร รัตนพฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเข้ามาของ 4จี จะทำให้การส่งข้อมูลรวดเร็วขึ้น เอื้อกับการส่งเนื้อหา รูปภาพ และวิดีโอ ที่มีขนาดใหญ่
ธนาคารปรับปรุงระบบเน้นเพิ่มศักยภาพการให้บริการลูกค้าเป็นหลัก สร้างแพลตฟอร์มสอดรับการส่งข้อมูลที่เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงฮาร์ดแวร์และแอพพลิเคชั่น ที่เป็นช่องทางการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ นโยบายรัฐที่จะก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ปรับปรุงระบบการประมูลงานของเอกชน เป็น อี-บิดดิ้ง อี-ออคชั่น แม้กระทั่งการยื่นเอกสาร ธนาคารในฐานะตัวกลางระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐ ต้องมีการเชื่อมโยงระบบกับภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เพย์เมนต์) ด้วย ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินฉบับที่ 3
“4จี เป็นโอกาสที่ตอบสนองดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐและพฤติกรรมของผู้บริโภค สิ่งที่ทำให้ 4จี ของไทยเกิดประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ 1.ผู้ให้บริการ ทั้งเจ้าของเครือข่ายและตัวกลางอย่างธนาคาร ซึ่งเชื่อว่ามีความพร้อม 2.ภาครัฐ ในฐานะผู้สร้างเครือข่ายเส้นทางการไหลของข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ และ 3.ธุรกิจต้องมีการพัฒนาตัวเอง ย้ายธุรกิจมาบนออนไลน์ ใช้ศักยภาพบน 4จี” ขวัญเนตร กล่าว







