posttoday
วิธีปรับตัวเข้าสู่การเกษียณอายุของตนเอง

วิธีปรับตัวเข้าสู่การเกษียณอายุของตนเอง

17 กรกฎาคม 2558

ผมจะไม่ทำให้คุณเบื่อจนตายกับสถิติต่างๆ เกี่ยวกับคนเราในปัจจุบันที่จะมีอายุที่ยืนยาวขึ้น และเรามักจะไม่ได้เตรียมตัวอย่างรอบคอบในด้านการเงินและความรู้สึกสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากลองวิธีใหม่ เพื่อให้คำตักเตือนดังกล่าวสามารถกระจายไปในทางที่มีความหมายมากขึ้น คุณทราบหรือเปล่าว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่ญี่ปุ่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่มียอดขายสูงกว่าผ้าอ้อมของเด็ก และเมื่อวันก่อนระหว่างที่ผมขับรถกลับบ้าน เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินโฆษณาวิทยุไทยเกี่ยวกับผ้าอ้อมผู้ใหญ่

ผมจะไม่ทำให้คุณเบื่อจนตายกับสถิติต่างๆ เกี่ยวกับคนเราในปัจจุบันที่จะมีอายุที่ยืนยาวขึ้น และเรามักจะไม่ได้เตรียมตัวอย่างรอบคอบในด้านการเงินและความรู้สึกสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากลองวิธีใหม่ เพื่อให้คำตักเตือนดังกล่าวสามารถกระจายไปในทางที่มีความหมายมากขึ้น คุณทราบหรือเปล่าว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่ญี่ปุ่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่มียอดขายสูงกว่าผ้าอ้อมของเด็ก และเมื่อวันก่อนระหว่างที่ผมขับรถกลับบ้าน เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินโฆษณาวิทยุไทยเกี่ยวกับผ้าอ้อมผู้ใหญ่

ลูกชายผมเพิ่งมีอายุครบ 6 ขวบ และผมก็เพิ่งผ่านปีที่ 52 ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น บ้านเราจึงยังไม่มีความต้องการผ้าอ้อม แต่ผมก็เข้าใจดีว่า ในอีกไม่นานความต้องการเหล่านี้อาจเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในปัจจุบัน ผมต้องตื่นคืนละหนึ่งครั้งเพื่อไปเข้าห้องน้ำ ทฤษฎีส่วนตัวของผมจะบอกว่า เรากำลังจะเผชิญปัญหาใหญ่มาก คือ ฐานอายุของประชาชนที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยมีคนกลุ่มใหญ่ที่ยังใช้ชีวิตแบบไม่ยอมรับความเป็นจริง

สถิติล่าสุดปรากฏว่า ประชากรไทยจะมีจำนวนมากที่สุดในอีก 40 ปี โดยในเวลานั้น ประเทศไทยจะมีประชากรประมาณ 72 ล้านคน และในอีก 70 ปี ซึ่งผมคงไม่อยู่แล้ว ประชากรไทยจะลดลงให้เหลือเท่ากับเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในจีน หรือประมาณ 40 ล้านคน แนวโน้มดังกล่าวจะเป็นตัวกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจ สาธารณสุขแห่งชาติ นโยบายการเงินสาธารณะ และนโยบายแห่งชาติอื่นๆ และในอีกไม่นานมากนัก กลุ่มผู้สูงอายุที่จะได้รับเงินบำเหน็จบำนาญจากภาครัฐจะเพิ่มมากขึ้น ความต้องการของการบริการด้านสาธารณสุขและการดูแลระยะยาว จะมีสูงกว่าจำนวนผู้ที่เสียภาษีเพื่อช่วยสนับสนุนทุนในการให้บริการดังกล่าว

น่าเสียดายที่คนส่วนมากยังไม่ยอมรับความเป็นจริง และยังเชื่อว่ารัฐบาลจะหาเงินมาสมทบได้ ประชาชนทั่วไปมักไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องควบคุมรายจ่ายของรัฐในการคงการอยู่รอดทางการเงินของประเทศ รัฐบาลส่วนใหญ่มีทางเลือกไม่มากนัก โดยอาจต้องปรับงบประมาณให้สมดุลและขยายอายุเกษียณให้นานขึ้น แต่อย่างที่เราทราบกันดี วิธีนี้ง่ายที่จะพูดมากกว่าทำ

ทางออกของปัญหาดังกล่าวจะต้องมาจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานระหว่างประเทศ ในการปรับปรุงโครงสร้างของสังคม โดยการสร้างงานและจัดโครงการฝึกอบรมสำหรับคนในช่วงอายุ 60 และ 70 ปี พร้อมกับหางบประมาณสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์เพื่อหาทางรักษาโรคต่างๆ อาทิ Alzheimer

ผู้เกษียณอายุในปัจจุบันโดยทั่วไปแล้วเหมือนหนีเสือเจอจระเข้ ซึ่งประกอบไปด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ตลาดหุ้นที่ไม่มีเสถียรภาพ และอายุขัยที่ยาวนานแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แน่นอนความจริงเหล่านี้มักทำให้ผู้เกษียณอายุหลายคนเกิดความเครียด เนื่องจากพวกเขาขวนขวายหาทางทำให้รายได้หลังการเกษียณอายุคงอยู่ให้นานที่สุด ในทางหนึ่งหากคุณเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมมากและเลือกลงทุนแต่เพียงในการลงทุนที่รับประกันผลตอบแทน เช่น การฝากเงินธนาคารหรือพันธบัตรรัฐบาล คุณจะเผชิญกับปัญหาดังกล่าวเหล่านี้ ดังเช่น ผลตอบแทนที่ต่ำ รายได้ที่ไม่เพียงพอในปัจจุบัน ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ

แต่หากคุณกล้าขึ้นมาอีกนิดและลงทุนในสินทรัพย์ที่เติบโตได้ เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ คุณจะเผชิญกับความท้าทายที่แตกต่าง ดังเช่น โอกาสที่จะได้ผลตอบแทนติดลบ การดึงเงินออกขณะตลาดขาลงอาจส่งผลให้เงินต้นอยู่ในความเสี่ยงได้

เมื่อคุณอายุมาก เป้าหมายการลงทุนย่อมต่างจากตอนที่คุณยังเป็นหนุ่มสาว ผลตอบแทนการลงทุน (Return on Investment - ROI) มักจะเป็นทฤษฎีหลัก สำหรับหนุ่มสาวนักลงทุนหลายคนที่เน้นการลงทุนในระยะยาว ซึ่งปกติแล้วยิ่ง ROI สูงเท่าไหร่ยิ่งดี แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณอาจจะไม่สนใจว่าการลงทุนของคุณจะได้รับผลตอบแทนถึง 10-12% ต่อปี หรือไม่ แต่คุณอาจจะโน้มเอียงไปยัง ROI ในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งวางใจในรายได้ (Reliability of Income) มากกว่า อีกนัยหนึ่งก็คือ คุณเต็มใจที่ได้รับผลตอบแทนที่ต่ำกว่าเพื่อความสบายใจ ไม่มีเหตุให้วิตกเหนือความคาดหมายใดๆ จากตัวอย่างต่อไปนี้ผมจะแสดงให้เห็นว่า การจัดเตรียมรายได้ที่ปรับตัวได้กับภาวะเงินเฟ้อโดยไม่มีความเสี่ยงที่มากเกินควรเป็นอย่างไร เราต้องการเพียงแค่ความมีวินัยและความมุ่งมั่น

ลองสมมติว่าคุณมีเงิน 5 ล้านบาท หลังการเกษียณ ทางหนึ่งที่จะเข้าถึงวิธีนี้คือ แบ่งเงินออมออกเป็น 6 “ถัง” ไว้ใส่สินทรัพย์ที่มีการลงทุนแบบอนุรักษนิยม (Conservative) ไปจนถึงการลงทุนแบบรุก (Aggressive) ถังที่ 1 แบบอนุรักษนิยมได้รับสัดส่วนที่มากที่สุดของเงินออมของคุณคือ 28% หรือ 1.4 ล้านบาท ถังต่อๆ มาได้สัดส่วน 26% 20% 13% 7% และ 6% (รวม 100%) ถังที่ได้รับจำนวนเงินน้อยที่สุดคือ ถังที่ถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง การลงทุนยิ่งรุกมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็สูงขึ้นตามไปด้วย ถังเหล่านี้จะต้องถือไปในระยะยาวเพื่อจะบรรลุถึงโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ยอดเยี่ยม

ในถังใบที่ 1 เราใส่เงินเข้าไปในธนาคาร 1.4 ล้านบาท ได้รับผลตอบแทน 2% ต่อปี ผลก็คือ คุณได้เงิน 23,000 บาท/เดือน เพื่อจะใช้จ่ายไปได้ 5 ปี ในถังที่ 2 เราจะลงทุน 1.3 ล้านบาท ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นหน่อย เช่น พันธบัตรรัฐบาลที่ได้ผลตอบแทน 4% ต่อปี เมื่อคุณเกษียณได้ 6 ปี เงินในถังที่ 1 ก็จะหมดไป และต่อมายังถังที่ 2 ที่จะจ่ายให้คุณ 27,340 บาท/เดือน จากปีที่ 6 ถึง ปีที่ 10 ในช่วงทุกๆ 5 ปีต่อมา ถังอื่นๆ ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นเงินฝากประจำพร้อมจะจ่ายไปอีก 60 เดือน ถ้าอัตราผลตอบแทนเป็นไปตามที่วางแผนไว้ในแต่ละถัง ก็จะมีเงินในจำนวนเพียงพอที่จะสามารถยกระดับรายได้เวลาการเกษียณตั้งแต่ 23,000 บาท ไปจนถึง 42,000 บาท/เดือน

เพื่อที่จะทำให้กลยุทธ์หารายได้ตลอดชีพนั้นได้ผล คุณต้องเตรียมการลงทุนในระยะยาว ถังที่ 1 และ 2 ไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่น่าตื่นเต้น คุณได้แค่ 2-4% ต่อปีเท่านั้น แต่ก็ยังดี เพราะคุณต้องการความมั่นใจว่าคุณจะมีรายได้ต่อเดือนเพียงพอสำหรับ 10 ปีแรกของการเกษียณอายุ เงินในถังที่ 4-6 จะนำไปลงทุนเชิงรุกในสินทรัพย์ที่เติบโตได้ เช่น หุ้น และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ต้องยอมรับว่าความเสี่ยงก็จะมากขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะคุณเต็มใจที่จะลงทุนในระยะยาวและได้รับการชดเชยด้วยผลตอบแทนที่สูงกว่า ซึ่งอยู่ระหว่าง 6-12% ต่อปี  ถึงแม้ว่าอะไรๆ จะไม่เป็นไปตามแผน มันก็ไม่ใช่ทางตัน สมมติว่าในถังที่ 4 คุณได้ผลตอบแทน 6% ต่อปี แทนที่จะได้ 8% รายได้ต่อเดือนที่คุณสามารถถอนได้ระหว่างปีที่ 16-20 จะลดลงเป็น 27,980 บาท จาก 36,740 บาท ถ้าแย่ที่สุด สมมติว่าคุณได้ผลตอบแทนที่ -5% ต่อปี ในถังใบที่ 5 แทนที่จะได้ 10% ตามที่วางแผนไว้ และในถังที่ 6 คุณได้ผลตอบแทน 9% แทนที่จะได้ 12% ต่อปี การจ่ายเงินก็จะลดลงตามไปด้วย แต่ก็เหมือนกับทุกสิ่งในชีวิต ไม่มีอะไรที่ไม่มีความเสี่ยง แต่ถ้าคุณมีแผนทางการเงินที่ดี โอกาสที่คุณจะมีวัยเกษียณอายุที่สุขสบายก็จะมีมากกว่าการไม่วางแผนเลย

ถังใบที่ 6 แสดงให้เห็นถึงการป้องกันความเสี่ยงจากการที่คุณมีอายุเลย 25 ปี นับจากวันที่เริ่มต้นการลงทุน ถ้าถังนั้นได้ผลตอบแทนที่เป็นไปตามแผน ตัวอย่างเช่น มีเงิน 300,000 บาท สะสมผลตอบแทนในอัตรา 12% เป็นเวลา 25 ปี คุณจะได้รับเงิน 5 ล้านบาท เท่ากับจำนวนเงินเริ่มต้นของคุณ จำนวนดังกล่าวเพียงพอที่จะเริ่มแผนการหารายได้สายใหม่ อีกแผนในกรณีที่คุณอยู่ไม่ถึง 25 ปี หลังการเกษียณ เมื่อคุณเสียชีวิตลง สินทรัพย์ที่มีเหลือยังคงส่งต่อไปเป็นมรดกแก่ลูกหลานได้

สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ความเสี่ยงและผลตอบแทนมักจะมาควบคู่กัน คุณพลาดสิ่งหนึ่ง อีกสิ่งหนึ่งคุณก็จะพลาดไปด้วย ที่สำคัญกว่านั้น ความเสี่ยงจากการลงทุนไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเสียเงินต้นไปด้วย แต่หมายความถึงความผันผวนเท่านั้นเอง  เช่น เป็นปกติที่ราคาหุ้นขึ้นลงอย่างแรงในบางเวลา แต่ตราบใดที่คุณลงทุนในระยะยาวและมั่นใจว่า Portfolio ของคุณมีความหลากหลายดีแล้ว คุณควรที่จะผ่านความผันผวนในระยะสั้นไปได้รางวัลก็คือผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว สุดท้ายอย่าลืมว่า การเกษียณอายุที่สบายเริ่มต้นจากวางแผนที่ดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท