
ปรับตัวลดลงต่อ?
น่าจะคลี่คลายมากขึ้นสำหรับปัญหาของกรีซที่เกิดขึ้น แต่ต้องเรียนตรงๆ ว่า กว่าเรื่องนี้จะเรียบร้อยคงต้องใช้ระยะเวลาอีก 1-2 เดือนถึงจะเห็นความชัดเจนที่แท้จริง แต่ต้องเรียนตรงๆ ว่าความเสี่ยงตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังไม่หมด เพราะตัวแปรจริงๆ ที่ทำให้หุ้นไทยปีนี้ไม่ดี ก็คือกำไรบริษัทจดทะเบียนมีการปรับตัวลดลงมา ซึ่งเราจะเห็นการปรับลดประมาณการบริษัทจดทะเบียนโดยชัดเจน ก็คือเริ่มจากกลุ่มสถาบันการเงินซึ่งเหตุผลที่สำคัญก็คือธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อได้ต่ำกว่าที่คาด และ NPL มีการปรับตัวเพิ่มมากขึ้น
น่าจะคลี่คลายมากขึ้นสำหรับปัญหาของกรีซที่เกิดขึ้น แต่ต้องเรียนตรงๆ ว่า กว่าเรื่องนี้จะเรียบร้อยคงต้องใช้ระยะเวลาอีก 1-2 เดือนถึงจะเห็นความชัดเจนที่แท้จริง แต่ต้องเรียนตรงๆ ว่าความเสี่ยงตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังไม่หมด เพราะตัวแปรจริงๆ ที่ทำให้หุ้นไทยปีนี้ไม่ดี ก็คือกำไรบริษัทจดทะเบียนมีการปรับตัวลดลงมา ซึ่งเราจะเห็นการปรับลดประมาณการบริษัทจดทะเบียนโดยชัดเจน ก็คือเริ่มจากกลุ่มสถาบันการเงินซึ่งเหตุผลที่สำคัญก็คือธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อได้ต่ำกว่าที่คาด และ NPL มีการปรับตัวเพิ่มมากขึ้น
และสิ่งที่เราเห็นก็คือ ในระยะเดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ลงมากกว่าตลาด ซึ่งเมื่อมาพิจารณาในหุ้นกลุ่มที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ซึ่งกำลังจะทยอยประกาศผลประกอบการของไตรมาส 2 ออกมาในระยะ 1-3 สัปดาห์ข้างหน้า ก็เริ่มมีการปรับประมาณการลงมาอีกแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าตั้งแต่ต้นปีนี้เรายังไม่พบนักวิเคราะห์ปรับการคาดการณ์ของกำไรบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้น
หลังจากนี้ ผมคาดว่าเราจะพบสำนักวิจัยฯ ต่างๆ มีการปรับประมาณการของ SET INDEX ลง ซึ่งก็จะเป็นเหตุผลที่เราพอจะคาดได้จากผลประกอบการที่ปรับตัวลดลง ลองคิดง่ายๆ นะครับ GDP ที่เคยคาดในช่วงปลายปี 2557 ว่า ปี 2558 จะโต 4-4.5% เหลือจริงๆ เพียง 2.5% กำไรบริษัทจดทะเบียนที่เคยคาดว่าจะโต 10-15% เหลือเพียง 5% การวางเป้าหมายของ SET INDEX ที่ 1,600-1,700 จุด จะเหลือ 1,400 จุด ก็เป็นไปได้
แม้เราจะมองภาพที่ดีว่าปัจจัยต่างประเทศจะคลี่คลายลง โดยเฉพาะปัญหาของกรีซ แต่ก็ต้องยอมรับว่าในมุมของเศรษฐกิจไทย การที่เศรษฐกิจชะลอตัวและจะทำให้มีการปรับตัวสูงขึ้นก็ต้องใช้เวลา และกรณีน้ำหนักการฟื้นตัวที่เราหวังว่าจะเกิดในไตรมาส 4 เลื่อนไปปีหน้า นี้ก็คือข่าวร้ายของตลาดหุ้นไทยที่ยังไม่มีการตอบสนองต่อราคาหุ้น?
ในความคิดของผมจึงยังคิดว่าตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังเสี่ยงแม้เชื่อในเชิงของกลยุทธ์ว่า เป็นการเข้าสู่โซนอันตรายช่วงสุดท้าย อีกทั้งในช่วงสุดท้ายของการปรับตัวลดลงของ SET INDEX เราจะพบว่าบ่อยครั้งการลงในช่วงท้ายๆ จะเกิดการ Panic Sell มากขึ้น โดยหุ้นกลุ่มที่ควรระมัดระวังการลงทุน ก็คือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มีการปรับลดประมาณการลงมาแล้ว
แต่การตอบรับข่าวของราคาตลาดยังไม่มากพอ อีกทั้งในช่วงเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างช้าๆ จะทำให้เป็นจุดอ่อนของธุรกิจสถาบันการเงิน เพราะการสร้างรายได้จะเกิดขึ้นได้ยาก อีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มพลังงานโดยเฉพาะกลุ่มทำธุรกิจน้ำมัน เหตุผลที่สำคัญก็คือราคาน้ำมัน โลกยังมีท่าทีที่ไม่มีการปรับตัวได้สูงกว่านี้ อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะปรับตัวลดลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมที่เคยทำไว้ ซึ่งจะมีผลโดยตรงสำหรับรายได้ของหุ้นในกลุ่มนี้ อีกทั้ง หุ้นกลุ่มนี้ถ่วงน้ำหนัก SET INDEX สูงที่สุดและอาจจะอยู่ในข่ายที่นักลงทุนบางกลุ่มจะเริ่มเล่นรอบขาลงอีก
บทสรุป ยังไม่มีอะไรดีขึ้นสำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น โดยจุดสังเกตในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิคก็คือกรณี SET INDEX มีการฟื้นตัวหรือเปลี่ยนแนวโน้มได้ เราต้องเห็นการกลับตัวในการยืน 1,500-1,520 มิเช่นนั้นต้องประเมินว่าทิศทางจะอยู่ในขาลงต่อไป อีกทั้งการลงสู่เป้าหมายตัวเลข 1,400 จุด มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3 จากเหตุผลข้างต้น การถือครองเงินสดก็ยังคงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพราะกรณีที่คาดการณ์ผิดการตามซื้อก็จะทำได้ที่ราคาหุ้นแพงกว่าในปัจจุบันในระดับเพียง 20 จุด?
หมายเหตุ วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.นี้ เวลา 09.00–12.00 น. ที่สมาคมศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ มีงานสัมมนาเทคนิค พิชิตหุ้น ตอน เคล็ดลับกระทิงอ้วน ท่านใดที่สนใจเรียนเชิญจองได้ที่เบอร์ 08-1783-8888 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://www.aekinvestment.com/ ส่วนท่านใดที่ติดหุ้นอยู่ นำพอร์ตมาด้วยนะครับ และจะนำมาแก้ไขกัน และผมกันในงานครับ







