
ปริญสิริหวัง3ปีรายได้แตะ1หมื่นล.
ปริญสิริตั้งเป้า 3 ปี แตะ 1 หมื่นล้าน หลังมีเคพีเอ็นเสริมทัพย้ำนโยบายชัดร่วมกันพัฒนา
ปริญสิริตั้งเป้า 3 ปี แตะ 1 หมื่นล้าน หลังมีเคพีเอ็นเสริมทัพย้ำนโยบายชัดร่วมกันพัฒนา
นายอุเทน คงสุนทรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปริญสิริ เปิดเผยความคืบหน้าการควบรวมกิจการกับกลุ่มเคพีเอ็น ว่า จะแล้วเสร็จประมาณเดือน ก.ย. 2558 นี้ โดยเบื้องต้นทั้งสองบริษัทจะยังคงแบรนด์ของตัวเองและเน้นเสริมทัพให้กัน โดยปริญสิริจะพัฒนาโครงการบ้านแนวราบเป็นหลัก ส่วนเคพีเอ็นจะพัฒนาโครงการแนวสูง พร้อมกับตั้งเป้าภายใน 3 ปีนับจากนี้ปริญสิริในฐานะบริษัทแม่จะมีรายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ของทั้งปริญสิริและเคพีเอ็นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
สำหรับในปีนี้ ถ้านับเฉพาะรายได้ของกลุ่มปริญสิริจะอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท หากรวมกับรายได้ของเคพีเอ็นคาดว่าจะอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท โดยในส่วนของครึ่งปีแรกมีรายได้แล้วประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนยอดขายอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท ตั้งเป้าทั้งปีประมาณ 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ แนวโน้มการควบรวมกิจการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีต่อเนื่อง เพราะขนาดของทรัพย์สินองค์กรจะมีความสำคัญมากในอนาคต รายใหญ่จะยังอยู่รอดได้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ส่วนรายเล็กและรายกลางจะอยู่ยากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการแข่งขันที่รุนแรงและเศรษฐกิจที่ผันผวน อีกทั้งการที่มีสินค้าในมือครอบคลุมจะทำให้มีรายได้ที่มั่นคง โดยที่ผ่านมาปริญสิริก็เปิดกว้างกับการหาพันธมิตรเข้ามาเสริมทัพในทางธุรกิจ
ด้านกลุ่มเคพีเอ็นเอง แม้จะมีศักยภาพในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้เองอยู่แล้ว แต่ก็มีคอนโดมิเนียมหรูเป็นสินค้าเด่นเพียงอย่างเดียว หากจะลงมาทำตลาดบ้านแนวราบ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้เวลานานพอควร ทำให้การร่วมมือกันทางธุรกิจเพิ่มเสริมจุดแข็งกันก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี โดยปัจจุบันกลุ่มปริญสิริมีทรัพย์สินรวมมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท มีพนักงาน 300 คน ส่วนเคพีเอ็นมีทรัพย์สินรวมมูลค่า 4,000 ล้านบาท มีพนักงาน 300 คน ซึ่งต้องรอให้การควบรวมต่างๆ เรียบร้อย จึงจะชัดเจนมากขึ้น
นายอุเทน กล่าวอีกว่า แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ต่างๆ ในครึ่งปีหลังจะมีด้วยกัน 3 โครงการ มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 1 โครงการที่ศาลายา และทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ ที่ศาลายาและท่าข้าม ส่วนคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ที่เปิดตัวไปแล้วที่ศาลายา จำนวน 11 อาคาร ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จไปแล้ว 2 อาคาร และปิดการขายไปแล้ว 1 อาคาร เตรียมขึ้นงานก่อสร้างอาคารที่ 3 และ 4 โดยยอมรับว่าตลาดบ้านระดับราคา 2-4 ล้านบาท ยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนและถูกปฏิเสธสินเชื่อในสัดส่วนที่สูง
ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลังมองว่ายังไม่ดีขึ้น ปริญสิริจึงยังชะลอการซื้อที่ดินต่อเนื่องจากปีที่แล้ว แต่ยังมีที่ดินพร้อมพัฒนาอยู่ในมืออีก 3 แปลงใหญ่ๆ คือ ย่านตลิ่งชัน 60 ไร่ ย่านราชพฤกษ์ 30 ไร่ และย่านศาลายา 100 ไร่ รองรับการพัฒนาได้อีก 5 ปี







