
จับตลาดอาเซียน-จีน
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจการบิน
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจการบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ที่จะเข้ามาให้บริการเปิดเส้นทางการบินระหว่างประเทศภายในภูมิภาคอาเซียน รองรับการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสขยายออกไปตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ทุกสายการบินกำลังจับตามอง
อัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลอ้อน ฮอลิเดย์ ผู้ให้บริการสายการบินไทย ไลอ้อนแอร์ เปิดเผยว่า ในปี 2558 บริษัทเตรียมพร้อมบุกเส้นทางการบินระหว่างประเทศ โดยจะมุ่งเน้นที่ตลาดอาเซียน และตลาดจีน เพื่อรองรับการเปิดเออีซีอย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ การเปิดเออีซีอย่างเป็นทางการน่าจะส่งผลดีทั้งด้านการค้า กำลังคน รวมถึงการเดินทางที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในเส้นทางตลาดประเทศเพื่อนบ้านของไทย และจีนอยู่ในระยะที่สายการบินจะให้บริการได้ โดยตลาดอาเซียนบริษัทได้เริ่มต้นจากการเปิดให้บริการเส้นทางบินไปยังประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศแรก เนื่องจากเห็นว่ายังมีโอกาสที่สามารถทำตลาดได้อยู่ ขณะเดียวกันจะพิจารณาขยายเส้นทางไปยัง
เมียนมาและเวียดนามต่อไป
ขณะที่ตลาดจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง หากสามารถดำเนินการทันจะเริ่มเปิดให้บริการภายในปีนี้ เน้นเจาะตลาดเมืองใหญ่นำร่อง ได้แก่ กว่างโจว ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางทางตอนใต้ของประเทศจีน และเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางในพื้นที่นั้น อีกเมืองคือเมืองฉงชิ่ง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
“ตลาดในภูมิภาคนี้จีนถือเป็นตลาดหลักที่น่าจับตามอง เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่สุด มีประชากรจำนวนมาก และเป็นตลาดที่น่าจะมีลูกค้าแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันมีตัวแทนเอเยนต์เข้ามาติดต่ออยู่เป็นจำนวนมาก”อัศวิน กล่าว
สำหรับการเปิดเออีซี นอกจากจะเอื้อต่อจำนวนผู้โดยสารให้เพิ่มขึ้นแล้ว ในแง่ของแรงงาน บุคลากร น่าจะเปิดกว้างมากขึ้น ตัวอย่างเช่น โครงการนักบินอาเซียน ที่จะอนุญาตให้นักบินอาเซียนสามารถเข้ามาขออนุญาตทำการบินได้สะดวกขึ้น แต่สายการบินสัญชาติไทยยังมีข้อจำกัดในเรื่องจำนวนนักบินต่างชาติอยู่ เนื่องจากมีการกำหนดสัดส่วนนักบินต่างชาติไว้อย่างชัดเจนว่ามีจำนวนได้เท่าไหร่
ผู้บริหาร กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมรองรับการขยายเส้นทางการบินไปยังต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนเครื่องบินให้ ได้ 20 ลำ ภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่มีเครื่องบินอยู่จำนวน 13 ลำ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการส่งมอบเครื่องบินเดือนละ 1 ลำ และในปีหน้ายังวางแผนที่จะเพิ่มจำนวนเครื่องบินอีก 10 ลำ
ส่วนจำนวนผู้โดยสารในปีนี้ ตั้งเป้าจำนวนผู้โดยสารไว้ที่ 2.5 ล้านคน อัตราการบรรทุกผู้โดยสารมากกว่า 80% เติบโตขึ้นจากปีก่อนที่มีจำนวนผู้โดยสาร 1.8 ล้านคน เพราะตลาดในปีนี้ยังเติบโตได้เป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการเดินทางของคนที่เปลี่ยนไป หันมาใช้การเดินทางทางอากาศมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการเดินทางโดยใช้รถโดยสาร ซึ่งการเดินทางดังกล่าวไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเดินทางในรูปแบบปกติด้วย จึงทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 สถานการณ์ในภาพรวมดีขึ้นกว่าปีก่อน แม้ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศจะชะลอตัว
สะท้อนได้จากการแข่งขันของสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่วงการอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่ายังมีช่องว่างอีกมากสำหรับผู้ประกอบการ และตลาดยังพร้อมที่จะขยายตัวได้อีก ขณะที่การแข่งขันส่วนใหญ่ยังเน้นที่เรื่องราคา การให้บริการ และความปลอดภัย ซึ่งขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละสายการบินว่าจะใช้กลยุทธ์ด้านใดมาแข่งขัน
“ปัจจุบันแนวโน้มตลาดเปลี่ยนแปลงไปมาก คนหันมาใช้บริการเครื่องบินมากขึ้น เพราะราคาถูกลง และรวดเร็ว จึงทำให้แนวโน้มตลาดยังน่าจะเติบโตอีกมาก และจำนวนลูกค้าน่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต”
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบิน โดยปัจจัยที่สำคัญแรก ได้แก่ ศักยภาพของสนามบินดอนเมือง ที่ค่อนข้างจะแออัด จึงต้องมีการขยับขยายไปใช้บริการสนามบินอื่นๆ ในต่างจังหวัด ปัจจัยต่อไป คือ ปัญหาของกรมการบินพลเรือน ที่อยู่ระหว่างการแก้ไข เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการขออนุญาตบิน เพราะบริษัทมีแผนจะขยายเส้นทางการบินเพิ่มเติม การที่หน่วยงานอนุญาตมีปัญหาจึงเป็นอุปสรรค
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการเมืองที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และราคาน้ำมันที่เป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้







