posttoday
แอพพลิเคชั่น ‘คิว’ บริการจองคิวผ่านมือถือ

แอพพลิเคชั่น ‘คิว’ บริการจองคิวผ่านมือถือ

17 กรกฎาคม 2558

ธุรกิจบนสื่อสมัยใหม่ขณะนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างน้อย 4 ด้านของผู้บริโภค เช่น 1.เหนื่อย ก็มี Google ไว้ช่วยค้นหาข้อมูล 2.เบื่อ ก็มี Facebook ที่เข้ามาเติมเต็มในช่วงว่าง 3.โกรธ จึงเกิด Grab Taxi ที่ทำให้ลูกค้าเรียกใช้บริการแท็กซี่ได้รวดเร็ว และ 4.เมื่อไม่ถูกใจ ก็มี IG สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการถ่ายรูป

ธุรกิจบนสื่อสมัยใหม่ขณะนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างน้อย 4 ด้านของผู้บริโภค เช่น 1.เหนื่อย ก็มี Google ไว้ช่วยค้นหาข้อมูล 2.เบื่อ ก็มี Facebook ที่เข้ามาเติมเต็มในช่วงว่าง 3.โกรธ จึงเกิด Grab Taxi ที่ทำให้ลูกค้าเรียกใช้บริการแท็กซี่ได้รวดเร็ว และ 4.เมื่อไม่ถูกใจ ก็มี IG สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการถ่ายรูป

อีกไลฟ์สไตล์หนึ่งที่ผู้บริโภคไม่ชอบอย่างยิ่ง คือ การรอคิวนาน จึงเกิดเป็นธุรกิจแอพพลิเคชั่น คิว (QueQ) โดย “รังสรรค์ พรมประสิทธิ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายเอ็มเอ็มวาย สตาร์ทอัพที่คิดแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นมาเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่ชอบการรอคิวนาน ซึ่งร้านค้าหลายแห่งในประเทศไทยมีปัญหาลูกค้ายื่นรอคิวเข้าร้านจำนวนมาก

รังสรรค์ กล่าวว่า ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น คิว ซึ่งเป็นระบบการจองคิวร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า เมื่อลูกค้าเดินเข้าห้างจะสามารถจองคิวผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ได้ และระบบจะแจ้งเตือนเมื่อถึงคิวผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกไม่ต้องเสียเวลารอคิวนาน บริษัทเป็นรายแรกที่ได้พัฒนาระบบนี้ในประเทศไทย

ทั้งนี้ ได้เปิดให้จองคิวผ่านร้านอาหารชาบูชิ สาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และได้ขยายการให้บริการในร้านชาบูชิเพิ่มมากขึ้นกว่า 20 สาขาแล้วทั้งใน กทม.และปริมณฑล โดยกลุ่มเป้าหมายจะเน้นร้านอาหารที่มีลูกค้าจำนวนมาก รวมทั้งอยู่ในระหว่างทดลองระบบกับเชนร้านอาหารใหญ่ 6 แบรนด์ดังในศูนย์การค้าต่างๆ 

นอกจากนี้ จะจัดโปรโมชั่นร่วมกับร้านอาหารโดยให้ส่วนลดพิเศษแก่ลูกค้า เน้นช่วงเวลาที่มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการจำนวนน้อย ซึ่งจะแจ้งเตือนลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่นเหมือนเป็นดีลพิเศษแก่ลูกค้า ซึ่งจะเปิดตัวในเดือน ส.ค.นี้ เชื่อมั่นว่าจะช่วยเพิ่มยอดลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในร้านค้าต่างๆ ได้

รวมทั้งมีแผนขยายตลาดไปในประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ เจาะกลุ่มลูกค้าร้านอาหารต่างๆ โดยเน้นร่วมทุนหาพันธมิตรในแต่ละประเทศ ขณะนี้เริ่มเข้าไปจัดตั้งบริษัทในสิงคโปร์แล้ว ส่วนฮ่องกงคาดว่าจะเริ่มขยายธุรกิจได้ไปในปี 2559

ปัจจุบันทั้ง กทม. ฮ่องกง และสิงคโปร์ 3 เมืองนี้ มีห้างขนาดใหญ่รวมกันกว่า 300 แห่งและมีร้านค้าในห้างรวมกันกว่า 3,000 ร้านค้า มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการรวมกันกว่า 1 แสนราย หรือประมาณกว่า 30 ล้านคน/วัน จากผลการศึกษาพบว่า ลูกค้าที่เข้าห้างประมาณ 40% จะเข้ามารับประทานอาหาร รวมแล้วต่อเดือนมีลูกค้าเข้าห้างรวมกันถึง 360 ล้านคน

“หากบริษัทสามารถหาลูกค้าได้ 1% ของจำนวนลูกค้าที่เข้าห้างต่อเดือนหรือประมาณ 3 ล้านคนต่อเดือนในระยะแรก ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่และมีโอกาสที่บริษัทจะรุกกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ รวมทั้งสนใจขยายตลาดไปในกลุ่มโรงพยาบาล ธนาคาร และกลุ่มร้านค้าต่างๆ ที่มีลูกค้ารอคิวจำนวนมาก” รังสรรค์ กล่าว

ขณะเดียวกันได้วางเป้าหมายระยะยาวในปี 2560 บริษัทจะเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตมากขึ้นในระยะยาว และรองรับขยายตลาดต่างประเทศ

รังสรรค์ กล่าวว่า การเริ่มต้นสตาร์ทอัพในช่วงแรกเหนื่อยและยากมาก ต้องอดทนใช้เวลาหลายปีกว่าจะประสบความสำเร็จ ผมเริ่มทำธุรกิจในช่วงแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ทำซอฟต์แวร์ต่างๆ ก่อตั้งร่วมกัน 3 คน ในช่วงนั้นเป็นความยากของชีวิต ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง อดทน ขยายธุรกิจเรื่อยมา จนกระทั่งมาตั้งบริษัทใหม่ วายเอ็มเอ็มวาย เมื่อ 2 ปีก่อน

ทุกวันนี้พยายามสร้างวัฒนธรรมการทำงานด้วยไอเดียสร้างสรรค์ เน้นการทำงานแบบทีมเวิร์ก เพื่อสร้างองค์กรให้มีการเติบโตในแบบองค์กรระดับโลกอย่างกูเกิลที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่มีเอกลักษณ์และทำให้พนักงานมีความสุข

“เดิมคนไทยไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ แต่ในขณะนี้เป็นยุคเริ่มต้นสำหรับการสร้างสิ่งใหม่ คนกล้าทำอะไรแตกต่าง แปลก คนไทยกล้าเป็นปลาตัวแรกมากขึ้น ทำให้คนอื่นกล้าว่ายน้ำตามเพิ่มขึ้นดังนั้น จึงเป็นช่วงเวลาสำหรับคนอยากเริ่มต้นและมีแฟลตฟอร์มที่เราสามารถทำตามได้” รังสรรค์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท