
หนุนแก้กฎเอื้อโลจิสติกส์ฮับ
กระทุ้งแก้กฎหมายศุลกากร ปลดล็อกรถข้ามแดน ดันไทยฮับโลจิสติกส์
กระทุ้งแก้กฎหมายศุลกากร ปลดล็อกรถข้ามแดน ดันไทยฮับโลจิสติกส์
นางจีรนันท์ วงษ์มงคล อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการไทยมีความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ และไทยมีความได้เปรียบในด้านนี้มาก แต่หากต้องการพัฒนาประเทศให้กลายเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านโลจิสติกส์จะต้องแก้กฎหมายศุลกากรเพื่อให้เอื้อต่อการขนส่งมากกว่าปัจจุบัน
ด้าน นางดวงใจ จันทร รองประธานสภาธุรกิจไทย-กัมพูชา กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชา เกี่ยวกับการเพิ่มโควตารถข้ามแดนว่า ปัจจุบันทั้งสองประเทศอนุญาตให้มีรถโดยสารและรถบรรทุกข้ามพรมแดนฝ่ายละ 40 คัน แต่ต้องการเพิ่มจำนวนรถข้ามพรมแดนเป็นฝ่ายละ 500 คัน
อย่างไรก็ตาม ในการหารือครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไทยและกัมพูชามีจุดยืนต่างกัน เช่น จำนวนรถ พื้นที่ที่ให้รถวิ่ง ด่านเข้าและออกของรถ ซึ่งในประเด็นจุดเข้าและออกของรถ กัมพูชาต้องการให้รถสามารถเข้าและออกต่างด่านกันได้ แต่ไทยระบุให้รถจำเป็นต้องเข้าและออกด่านเดียวกัน
“กัมพูชาจะอนุโลมให้รถ 500 คัน สามารถเข้าออกทางจุดผ่านแดนถาวร 6 จุดได้ทุกจุด ไม่จำเป็นต้องเข้าและออกด่านเดิม แต่ไทยไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายศุลกากรระบุให้รถต้องเข้าและออกด่านเดียวกันเท่านั้น ดังนั้นไทยจึงจำเป็นต้องแก้กฎหมาย เพื่อให้เรื่องนี้เดินหน้าไปได้” นางดวงใจ กล่าว
นอกจากนี้ กัมพูชาต้องการให้รถกัมพูชาสามารถวิ่งได้ทั่วประเทศไทย ไม่ได้จำกัดพื้นที่เหมือนในปัจจุบัน ซึ่งไทยยังไม่พร้อมดำเนินการ
น.ส.นงลักษณ์ วงศ์สุขสิริเดชา ผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า การแก้กฎหมายศุลกากรนั้น เป็นเรื่องที่ทางกรมศุลกากรจะต้องไปหารือกันภายในก่อน เพราะหากเปิดให้รถวิ่งเข้าอีกด่านแล้วออกอีกด่าน ก็อาจทำให้ยากต่อการควบคุมดูแลทั้งในด้านของความปลอดภัยและความมั่นคง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาดูให้รอบคอบ อย่างไรก็ดี ในส่วนของทางกัมพูชาเอง ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถเปิดให้รถบรรทุกจากไทยเข้าออกได้ทุกจุดอย่างแท้จริง ขณะที่ผ่านมาไทยมีการออกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามแดน พ.ศ. ... ซึ่งกำหนดให้มีจุดตรวจร่วมกันในฝั่งไทย เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาในการตรวจซ้ำกันสองรอบ
“รถโดยสารและรถบัสจากกัมพูชาเข้าออกจุดผ่านแดนถาวรทั้ง 6 จุดได้อยู่แล้ว มีเพียงรถบรรทุกเท่านั้นที่กรมศุลกากรยังไม่อนุญาต ต้องรอการประชุมร่วมกันของทั้งสองฝ่ายอีกครั้งในช่วงเดือน ส.ค.นี้” น.ส.นงลักษณ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในการประชุมช่วงเดือน ส.ค.นี้ นอกจากจะมีการพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปเรื่องการเพิ่มจุดเข้าออกผ่านด่านถาวรให้ได้ครบทั้ง 6 จุด และการเพิ่มเส้นทางเดินรถระหว่างกันแล้ว ฝ่ายไทยจะเสนอให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันเพิ่มอีกฉบับ ในการขอเพิ่มโควตาการเดินรถข้ามแดนระหว่างกันอีกฝ่ายละ 500 คันด้วย
นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คิดว่าเรื่องการอนุโลมให้รถโดยสารจากทั้งสองประเทศเข้าออกได้ทุกจุดคงไม่มีปัญหา แต่การขอโควตาเพิ่มอีก 500 คันนั้น ส่วนตัวคิดว่าฝ่ายกัมพูชาน่าจะเป็นคนใช้โควตาดังกล่าวเต็มก่อนไทย







