
คาร์ฟูร์ไม่ชัดถอนลงทุนไทย
พาณิชย์กังวลคาร์ฟูร์ถอนการลงทุนในประเทศไทย อลงกรณ์เผยหารือซีอีโอแล้วได้รับคำตอบขอรอความชัดเจนจากบริษัทแม่ก่อน
พาณิชย์กังวลคาร์ฟูร์ถอนการลงทุนในประเทศไทย อลงกรณ์เผยหารือซีอีโอแล้วได้รับคำตอบขอรอความชัดเจนจากบริษัทแม่ก่อน
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่าได้สอบถามไปยังประธานเจ้าหน้าบริหารของบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ผู้บริหารห้างคาร์ฟูร์ในไทย กรณีมีข่าวว่าห้างคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศสจะถอนการลงทุนจากไทย, สิงคโปร์ และมาเลเซีย เบื้องต้นได้รับการยืนยันว่ายังไม่ถอนการลงทุนในไทย เพราะธุรกิจค้าปลีกในไทยยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่จะต้องรอความชัดเจนจากบริษัทแม่ก่อน
นายอลงกรณ์ กล่าวยอมรับว่ามีความกังวลในเรื่องนี้มาก ใน 1-2 วันนี้จะขอความชัดเจนจากผู้บริหารคาร์ฟูร์ในไทยอีกครั้ง หากการถอนการลงทุนเป็นเรื่องของธุรกิจก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับไทยก็พร้อมจะแก้ไขให้เพื่อให้ยังลงทุนต่อไป
นายอลงกรณ์ ระบุด้วยว่า ได้หารือเรื่องนี้กับประธานหอการค้าฝรั่งเศส-ไทยแล้ว แต่ยังไม่ยืนยันข่าวดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงความช่วยผู้ประกอบการชาวฝรั่งเศส ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้ยืนยันว่า รัฐบาลไทยพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เช่นเดียวกับผู้ประกอบการไทย
ด้าน บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า "คาร์ฟูร์" เชนซูเปอร์สโตร์ ชื่อดังของฝรั่งเศสเตียมถอนธุรกิจจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันอออกเฉียงใต้ ได้แก่ไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ แล้ว โดยในระหว่างนี้อยู่ในระหว่างการทาบทามกับผู้ซื้ออยู่
แหล่งข่าว ระบุว่า ผู้ที่อาจจะเข้าซื้อต่อนั้น มีทั้ง เทสโก ของอังกฤษ, อิออน ของญี่ปุ่น, เดรี ฟาร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิง ของฮ่องกง และบิ๊กซี ของไทย แต่ทว่า การขายในครั้งนี้ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนแต่อย่างใด
ทั้งนี้ มูลค่าธุรกิจของคาร์ฟูร์ในไทยอยู่ที่ระหว่าง 500-600 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนในมาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมกันอยู่ที่ 350-400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาร์ฟูร์ ยังตั้งใจที่จะคงธุรกิจไว้ในจีน และอินโดนีเซียต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ฟลอเรนซ์ โคเฮน โฆษกหญิงของคาร์ฟูร์ สำนักงานใหญ่ในกรุงปารีส ยังปฏิเสธไม่ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้
ด้าน ฟาบิโอ ฟัซซารี นักวิเคราะห์จาก อิควิตา ซฺม ในนครมิลาน ของอิตาลีให้ความห็นว่า ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มาถูกทางของคาร์ฟูร์แล้ว เพราะว่าแนวทางการบริหารใหม่ของคาร์ฟูร์ ได้เน้นการลงทุนที่ไม่ใช่ธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น และคาร์ฟูร์กำลังกำจัดสินทรัพย์ที่ทำผลงานต่ำออกไป







