posttoday
การเมืองพ่นพิษSMEโตหดเหลือ3.5%

การเมืองพ่นพิษSMEโตหดเหลือ3.5%

07 กรกฎาคม 2553

สสว.ปรับลดการเติบโต เอสเอ็มอี ทั้งปีเหลือ 3.5% จากเดิมที่ประเมิณไว้ 6% ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไป 1.3 แสนล้านบาท จากปัญหาการเมืองเป็นสาเหตุหลัก

สสว.ปรับลดการเติบโต เอสเอ็มอี ทั้งปีเหลือ 3.5% จากเดิมที่ประเมิณไว้ 6% ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไป 1.3 แสนล้านบาท จากปัญหาการเมืองเป็นสาเหตุหลัก

ฃนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.ประเมินการเจริญเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในปีนี้ที่ระดับ 3 – 3.5% จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 5-6 % ซึ่งจะทำให้มูลค่าตลาดของเอสเอสเอ็มอีหายไปประมาณ 1-1.3 แสนล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวม 3.4 ล้านล้านบาท โดยมูลค่าตลาดที่หายไปจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการอย่างแน่นอน ส่วนการจ้างงานนั้นคงต้องประเมินในระยะยาว เพราะผู้ประกอบการไม่ได้ปลดคนงานทันที แต่หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นจนถึงปลายปีแนวโน้มการปลดคนงานก็มีค่อนข้างมาก

ปัจจัยหลักที่ต้องปรับประมาณการณ์ลดลงตัวเลข เนื่องจากธุรกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกลุ่มภาคบริการด้านท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่ลดลง และกระทบกับปัญหาวิกฤตทางการเงินในยุโรป ทำให้นักท่องเที่ยวจากโนยุโรปลดการเดินทาง ขณะที่ภาคการค้าก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมและปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน ส่วนภาคการผลิตยังคงอยู่ในภาวะที่ดีจากการส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงไม่เป็นห่วงเท่าไหร่

“การจ้างงงานโดยรวมของเอสเอ็มอีมีอยู่จำนวน 9-10 ล้านคน มีกิจการรวมประมาณ 2.8 ล้านกิจการ ส่วนจะปิดกิจการลงมากน้อยแค่ไหน ต้องดูสภาพเศรษฐกิจโดยรวมด้วย เพราะตัวเลขของเอสเอ็มอีเริ่มฟื้นตัวมาตั้งปลายปี 2552 แต่กลับมาลดลง เมื่อมีปัญหาทางการเมือง” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

สำหรับสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีหลัง การประกอบการของเอสเอ็มอีน่าจะเริ่มฟื้นตัวกลับมา โดยเฉพาะภาคการผลิตที่จะได้รับผลพวงจากการส่งออกที่ขยายตัวในระดับสูง ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ยน ชิ้นส่วน และอาหาร ที่ไทยเป็นผู้ผลิตเพื่อส่งออกเอง และในฐานะการเป็นผู้รับจ้างผลิต

ขณะที่ภาคการค้า น่าจะได้รับผลดีจากราคาสินค้าเกษตรที่ขยับตัวสูงขึ้น ส่วนภาคบริการก็คาดว่าจะดีขึ้นตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และขึ้นอยู่กับสภาพการเมืองภายในประเทศด้วย

ดังนั้นสสว.จึงจะพยายามผลักดันให้เอสเอ็มอีในกลุ่มภาคการค้าและบริการให้ฟื้นตัวเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดการปิดกิจการ และปลดคนงงานออกให้น้อยที่สุด จะได้ไม่ส่งผลกระต่อเศรษฐกิจโดยรวม

นอกจากนี้ สสว.อยู่ระหว่างการจัดทำฐานข้อมูลเอสเอ็มอีแห่งชาติ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการนำไปวางแผนการส่งเสริมผู้ประกอบการให้ถูกต้อง และตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด เนื่องจากขณะนี้ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเอสเอ็มอีที่แท้จริง การให้ความช่วยเหลือ หรือประเมิณสถานการณ์จึงใช้การประเมิณจากสถานการณ์โดยรวมเอา โดยคาดว่า จะใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลประมาณ 1 ปีครึ่ง และจะสามารถนำมาใช้ได้จริง

รวมทั้ง ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงสถานการณ์ของเอสเอ็มอีในปัจจุบัน เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องสามารถออกมาตรการป้องกันความเสียหายได้อย่างทันท่วงที 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท