
โซเชียล เอนเตอร์ไพรส์
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
ทุกวันนี้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาด้านสุขภาพพลานามัยของประชาชนที่เกิดจาก “ความเจริญเติบโตและพัฒนาการทางเศรษฐกิจ” ได้กลายเป็นปัญหาทั่วโลก
แต่เดิมนั้นการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการโดยภาครัฐเป็นหลัก เพราะถือว่าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของภาครัฐที่มีต่อสังคมโดยรวม
แต่วันนี้แนวความคิดดังกล่าวได้เปลี่ยนไปเป็นความรับผิดชอบของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมภาคเอกชนด้วย
“วิสาหกิจเพื่อสังคม” หรือ “กิจการเพื่อสังคม” (Social Enterprise : SE) จึงเป็นแนวความคิดใหม่ที่เกิดขึ้นเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
“วิสาหกิจเพื่อสังคม” เป็นกิจการที่ผู้บริหารต้องประสานความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนทางการเงิน และผลตอบแทนทางสังคม โดยมี “คุณธรรม” และ “ความพอเพียง” เป็นตัวเชื่อมประสาน ด้วยการมุ่งเน้นในการเข้าไปพัฒนา และแก้ไขปัญหาต่างๆ ของสังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ ซึ่งมีรูปแบบของการดำเนินการและประกอบกิจการอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมกับการนำกำไรส่วนใหญ่กลับไปลงทุนในกิจการ เพื่อขยายกิจการให้คืนกลับมาดูแลสิ่งแวดล้อม และสังคมต่อไปอีก
“วิสาหกิจเพื่อสังคม” จึงเป็นการก่อตั้งกิจการเพื่อวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคมเป็นเป้าหมายหลัก โดยจะดำเนินการในรูปแบบขององค์กรที่แสวงหากำไรหรือไม่ก็ได้ คือถ้าเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ก็ต้องมีรูปแบบของการบริหารจัดการที่มุ่งให้เกิดความยั่งยืนขององค์กรเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นองค์กรที่แสวงหากำไร ก็ต้องมีการนำกำไรที่ได้ไปใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาสังคมตามวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง โดยไม่มีการแบ่งปันผลกำไรให้กับผู้ถือหุ้น
แนวความคิดของ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” จึงนำเอาหลักการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเอกชน เข้ามาใช้ในการประกอบกิจการอย่างครบวงจร เพื่อทำให้กิจการสามารถอยู่รอดและดำเนินกิจการไปได้โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณจากภาครัฐ หรือจากแหล่งทุนอื่น หรือเงินบริจาค โดยสามารถสร้างรายได้เพื่อทำให้กิจการมีความยั่งยืน และมีความสามารถในการขยายงานต่อไปในอนาคต
โดยหลักการแล้ว “วิสาหกิจเพื่อสังคม” จะมีรูปแบบของการบริหารจัดการที่ไม่ต่างจากการประกอบกิจการธุรกิจอุตสาหกรรมทั่วๆ ไป จะแตกต่างกันก็ตรงที่ “ผู้ประกอบการเพื่อสังคม” (Social Entrepreneur) จะต้องเริ่มต้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำธุรกิจอุตสาหกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
ถึงแม้ว่า “วิสาหกิจเพื่อสังคม” จะเป็นคำใหม่และเป็นแนวความคิดของการตั้ง “องค์กรเพื่อสังคม” ในรูปแบบใหม่ แต่ที่จริงแล้วบ้านเรามีองค์กรที่ดำเนินการในลักษณะของ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” มานานแล้ว (เพียงแต่ไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม) องค์กรเหล่านี้สามารถเป็นต้นแบบให้สังคมไทยได้ศึกษาและเรียนรู้ เพื่อพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยต่อไปได้ เช่น โรงงานกำจัดขยะ มูลนิธิ 3R เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ
ดังนั้น “วิสาหกิจเพื่อสังคม” จึงเป็นอีก “หนึ่งคำตอบ” ของการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ครับผม!







