
ไอพีโอจ่อ5แห่งก.ค.-ส.ค.
ไอพีโอ 5 จ่อเข้าตลาดสิ้น ก.ค.-ส.ค. เจ้าของธุรกิจลั่นดำเนินตามแผนงาน เมินภาวะหุ้น
ไอพีโอ 5 จ่อเข้าตลาดสิ้น ก.ค.-ส.ค. เจ้าของธุรกิจลั่นดำเนินตามแผนงาน เมินภาวะหุ้น
จากที่ภาวะตลาดหุ้นยังผันผวนตามการเคลื่อนไหวตามปัจจัยตามต่างประเทศและตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาไม่ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้อาจส่งผลกระทบต่อฤดูกาลเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีไอ) ไปบ้าง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีไอพีโอที่จองเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) อยู่ทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ บริษัท ไดอิ กรุ๊ป (DAII) เข้า mai วันที่ 23 ก.ค บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE) เข้า ตลท. วันที่ 28 ก.ค. และอีก 3 แห่ง ได้มีการจองและเลือกวันเข้าจดทะเบียนแล้วและอยู่ระหว่างการสรุปอีกครั้ง ได้แก่ บริษัท เอทีพี 30 (ATP30) วันที่ 2 ส.ค. บริษัท อาซีฟา (ASEFA) วันที่ 5 ส.ค. และบริษัท คอมเซเว่น (COM7) วันที่ 10 ส.ค.
นอกจากนั้น ในเดือน ก.ย. ยังมีไอพีโอจ่อเข้า ตลท. อีก 2 แห่ง
แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุน เปิดเผยว่า ปกติช่วงกลางปีหรือจบผลประกอบการไตรมาส 2 จะมีหุ้นไอพีโอที่ขอระบุเลือกวันจดทะเบียนเข้า ตลท.และ mai และจองคิวยาวไปตลอดครึ่งปีหลัง แต่ปีนี้กลับดูเงียบเหงากว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงมีบางบริษัทที่เตรียมยื่นแบบรายการแสดงข้อมูล (ไฟลิ่ง) แต่ขอระงับเอาไว้ก่อน เพราะแนวโน้มงบไตรมาส 2 ออกมาชะลอตัวหรือทรงตัวต่อจากไตรมาสแรก จึงขอรอดูสภาพเศรษฐกิจ
นายไพบูลย์ อังคณากรกุล กรรมการผู้จัดการ ASEFA ผู้ผลิต จัดจำหน่าย ติดตั้งผลิตภัณฑ์กระจายส่ง สวิตช์บอร์ดไฟฟ้า และงานระบบวิศวกรรมเกี่ยวข้องระบบไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทางยันผู้ใช้โดยตรง กล่าวว่า เบื้องต้นกำหนดเข้า ตลท. เดือน ส.ค. แม้ตอนนี้หุ้นมีความผันผวน แต่สุดท้ายย่อมไม่มีใครรู้ว่าหุ้นจะมีจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดตรงไหน ล้วนไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ จึงเลือกดำเนินการตามแผนงานบริษัทมากกว่า
“ภาวะตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่คาดเดายาก จึงต้องเลือกดำเนินการตามแผนงานของบริษัทที่ต้องการนำเงินระดมทุนที่ได้ไปใช้ในการขยายงานให้บริษัทมีการเติบโตมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยขยายกำลังการผลิตชิ้นส่วนโลหะเพิ่มเป็น 8,400 ตัน/ปี จากกำลังการผลิตปัจจุบัน 4,800 ตัน/ปี ที่สำคัญคือแผนตั้งสาขา 10 แห่ง ตามหัวเมืองต่างจังหวัด เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในแต่ละภูมิภาคและการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)” นายไพบูลย์ กล่าว
นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร COM7 บริษัทจำหน่ายสินค้าไอทีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องครบวงจร กล่าวว่า ถึงตอนนี้คิดว่าหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบที่ไม่ต่ำกว่า 1,400-1,600 จุด ดังนั้น จึงให้ความสำคัญกับแผนธุรกิจบริษัทที่ต้องการนำเงินไอพีโอไปเสริมสภาพคล่องหรือเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้บริษัท หลังจากที่บริษัทต้องการเพิ่มฐานหรือขยายลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องการซื้อสินค้าไอทีครบวงจรและทุกแบรนด์ที่บริษัทได้ เพื่อให้บริษัทกลับมาเติบโตเป็นตัวเลขมากกว่า 10% ได้เหมือน 2 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับที่ผ่านมาเห็นว่าบริษัทได้ถึงจุดสูงสุดของลูกค้ารายบุคคลเริ่มอิ่มตัวแล้ว บริษัทจึงต้องกระจายความเสี่ยงและเพิ่มฐานลูกค้าที่ยังมีช่องว่างตลาดอยู่
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) บริษัท บางกอกแร้นช์ (BR) กล่าวว่า ราคาหุ้น BR ที่เข้าซื้อขายในตลาดแรกวันที่ 23 ก.ค. 2558 ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับ 17% จากราคาจองไอพีโอที่หุ้นละ 8.80 บาท ถือเป็นการปรับขึ้นของราคาที่เหมาะสม มองว่าสะท้อนปัจจัยพื้นฐานธุรกิจ อีกทั้งนักลงทุนให้ความสำคัญในกลุ่มธุรกิจอาหารด้วย และเหมาะสมที่จะลงทุนในระยะยาว
นอกจากนี้ BR มีโอกาสเติบโตจากการนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนขยายสร้างโรงงานเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อขยายฐานตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่นักวิเคราะห์ให้ราคาเหมาะสมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12-13 บาท อ้างอิงคาดการณ์อัตราราคาปิดต่อกำไร (ฟอร์เวิร์ดพีอี) อยู่ประมาณ 10 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มอาหารที่ประมาณ 14-15 เท่า
นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินกลุ่ม BR กล่าวว่า เป้าหมายรายได้ใน 3 ปีข้างหน้าระหว่างปี 2559-2561 ตั้งเป้าหมายจะมีรายได้เพิ่มเป็นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปี 2557 ที่ประมาณ 8,400 ล้านบาท เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากโรงงานผลิตแปรรูปเนื้อเป็ดแห่งใหม่จะก่อสร้างเสร็จเริ่มผลิตในปี 2560 ส่งผลจะมีกำลังเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 40-50% จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตที่ประมาณ 22 ล้านตัว/ปี
ขณะที่ในปี 2558 กำไรและรายได้รวมจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจากปัจจัยทั้งตลาดในและต่างประเทศปัจจุบันขายในตลาดมากกว่า 20 ประเทศที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับการนำเงินจากไอพีโอไปชำระคืนหนี้ ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงและอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) หลังไอพีโอลงเหลือ 0.4-0.5 เท่า จากเดิมที่ 1.5 เท่า อีกทั้งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิในปีนี้
จะขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก ซึ่งเป็นเป้าหมายในระยะยาวที่บริษัทจะรักษาไว้จากปี 2557 ประมาณ 8-9%
อย่างไรก็ดี อยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปเนื้อเป็ดในประเทศอินโดนีเซียจะสรุปมูลค่าการลงทุนได้ภายในปีนี้ เพื่อเตรียมลงทุนในปี 2559 ทันที เบื้องต้นจะใช้เงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท ส่วนการขยายตลาดอื่นๆ ในประเทศอาเซียนจะใช้วิธีการส่งสินค้าจากไทยเข้าไปขาย







