
ปฏิรูปความรู้การเงิน
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีโอกาสไปงานสัมมนาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยได้มีการพูดถึงการปฏิรูปการเงินฐานราก แนวทางการส่งเสริมการให้ความรู้การเงินขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน มีประเด็นที่น่าสนใจ ขอเก็บมาเล่าสู่กันฟัง
เริ่มต้นด้วยปัจจุบัน สังคมไทยเจอปัญหาทางการเงินอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการถูกหลอกลวงตกเป็นเหยื่อความไม่รู้และความโลภ โดยมีกรณีประชาชนตกเป็นเหยื่อถูกหลอกเข้าร่วมลงทุนในแชร์ลูกโซ่ มีผู้เสียหายกว่า 1 แสนราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 3.8 หมื่นล้านบาท รวมถึงกรณีการทุจริตในรูปแบบสหกรณ์ ซึ่งกระทบกับสหกรณ์กว่า 70 แห่ง มูลค่าเสียหายกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท และปัญหาหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมเงินนอกระบบที่คาดการณ์ว่ามีไม่ต่ำกว่า 5 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แจ้งว่ามีการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนปี 2556 จำนวน 973 เรื่อง เพิ่มขึ้น 21% ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการถูกหลอกลวงทางโทรศัพท์ และการสวมรอยปลอมแปลงเอกสาร
จากปัญหาการขาดความรู้ทางการเงินพื้นฐานที่เหมาะสม ประกอบกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น และมาตรการทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการกระตุ้นการบริโภค ทำให้ประชาชนไม่สามารถบริหารการเงินได้ มีแนวโน้มใช้จ่ายเงินเกินตัว ทำให้ประชาชนมีเงินออมลดน้อยลง ในขณะที่ภาระหนี้สินก็เพิ่มสูงเป็นเท่าทวีคูณ ส่งผลให้เกษียณอายุไม่มีเงินออม และเป็นภาระด้านสวัสดิการของรัฐในการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
สรุปประเด็นปัญหาด้านการเงิน 1.ประชาชนมีความรู้การเงินระดับต่ำ 2.รัฐต้องเผชิญปัญหาสวัสดิการสังคม 3.แผนการให้ความรู้พื้นฐานทางการเงินแต่ละองค์กรยังไม่มีความสอดประสานกัน และ 4.ภาครัฐยังไม่มีกรอบโครงสร้างการให้ความรุู้การเงินที่เหมาะสมกับประชาชนทุกระดับ
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้เสนอการปฏิรูปและแนวทาง 2 ข้อสำคัญ คือ 1.การจัดตั้งองค์กรเพื่อส่งเสริมความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน และ 2.การแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมความรู้ทางการเงินแห่งชาติ
อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมความรู้ทางการเงินเพื่อมารองรับ ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอที่ประชุม สปช.ในเดือน ก.ค.นี้ เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป







