
ผุด ‘สะหวันซิตี’ 3แสนล้าน ไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์ใหม่เอเชีย
นอกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของลาวในขณะนี้ สะหวัน-เซโน
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
นอกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของลาวในขณะนี้ สะหวัน-เซโน ยังเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวไทยได้สิทธิเข้าไปดำเนินการด้วย
ในบรรดาพื้นที่ 4 โซนของเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน มีถึง 2 โซนที่ผู้ประกอบการไทยได้รับสิทธิเข้าไปดำเนินการ คือโซน A หรือสะหวันซิตี เป็นศูนย์กลางการค้าบริการ มีพื้นที่กว่า 1,900 ไร่ และโซน D เขตบ้านจัดสรร เป็นที่พักรองรับผู้ที่เข้ามาลงทุนและทำงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ
ชาญชัย จตุรภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สะหวันซิตี เปิดเผยว่า เนื่องจากเดิมทีเคยมีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทยอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าทางลาวต้องการพัฒนาโครงการดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) และอยู่ในแขวงสะหวันนะเขต ซึ่งเป็นแขวงที่มีประชากรมากที่สุดของลาว จึงเล็งเห็นศักยภาพและได้ร่วมกับรัฐบาลลาวดำเนินโครงการดังกล่าว
บริษัท สะหวันซิตี ถือหุ้นโดยคณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจ (SEZA) ของลาว 30% และภาคเอกชนอีก 70% มีทุนจดทะเบียนตั้งต้น 25 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้รับใบอนุญาตดำเนินการใน 16 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ 1.การจัดการอสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภค 2.ที่จอดรถและห้องน้ำสาธารณะ 3.โรงแรมระดับ 3-5 ดาว 4.โรงพยาบาล 5.ธนาคารพาณิชย์ 6.ธุรกิจประกันภัย 7.ศูนย์อาหารและเครื่องดื่ม 8.ร้านค้าปลอดภาษี
9.ศูนย์การประชุมและจัดแสดงระดับนานาชาติ 10.ศูนย์กีฬารวมถึงสนามกอล์ฟ 11.ที่พักอาศัยสำหรับนักลงทุนและผู้สูงอายุ 12.สวนสนุกและเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ 13.ศูนย์บันเทิงครบวงจร 14.ห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงาน 15.ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน 16.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ธุรกิจอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ผู้ร่วมทุนทั้งสองฝ่ายก็สามารถดำเนินการได้ด้วย
“ตอนนี้เรามีผู้ร่วมทุนจากหลากหลายสัญชาติ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ ตามแผนของเราคือจะก่อสร้างเสร็จทั้งหมดภายใน 6 ปีนับจากนี้ รวมมูลค่าลงทุนทั้งโครงการกว่า 3 แสนล้านบาท”
ทั้งนี้ การดำเนินการปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับประชาชนดั้งเดิมในพื้นที่ให้ย้ายที่อยู่ออกไป ปัจจุบันยังเหลืออยู่ราว 184 ครัวเรือน แต่เชื่อว่าจะเริ่มพัฒนาพื้นที่เฟสแรกได้ในปีนี้
สำหรับเฟสแรก จะมีโครงการสำคัญคือ โรงแรม 4 ดาว 350 ห้องพัก ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และไฮไลต์สำคัญซึ่งเป็นหนึ่งในจุดขายของพื้นที่ คือ ไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์
ชาญชัย บอกว่า ไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์ในโครงการสะหวันซิตีถือเป็นไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 ของเอเชีย รองจากที่เกาะลาบวนในมาเลเซีย เนื่องจากสะหวันซิตีมีกฎหมายของตัวเองรองรับแยกต่างหากออกจากโซนอื่นในเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน ได้รับสิทธิ “Offshore Status” ทำให้เป็นพื้นที่ที่เปิดให้เคลื่อนย้ายทุกสกุลเงินได้อย่างเสรี มีผู้ร่วมทุนทั้งจากเกาะลาบวนของมาเลเซีย ธนาคารจากสวิตเซอร์แลนด์ ธนาคารจากอังกฤษ ปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์จากต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนมากกว่า 10 แห่ง
ขณะเดียวกัน ในเฟสที่ 2 จะก่อสร้าง “แลนด์มาร์ค” ของโครงการ คือ อาคารพญานาค 7 เศียร ความสูง 199 เมตร โดยส่วนบัลลังก์พญานาคจะมีความสูงเท่ากับตึก 12 ชั้น ขนาดชั้นละ 3 หมื่น ตร.ม. มีส่วนประกอบสำคัญ เช่น พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ พิพิธภัณฑ์พญานาค มูลนิธิพญานาคา และลานวิปัสสนากรรมฐาน
ทั้งนี้ สาเหตุที่พัฒนาพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ขึ้นมา เนื่องจากรัฐบาลลาวขุดเจอโครงกระดูกไดโนเสาร์ถึง 19 ตัว และเป็นโครงกระดูกที่สมบูรณ์ จึงจะพัฒนาพิพิธภัณฑ์และนำโครงกระดูกที่ค้นพบมาจัดแสดง รวมถึงหาโครงกระดูกจากที่อื่นๆ มาจัดแสดงด้วย
สำหรับภาพรวมเฟสแรก ตั้งเป้าดำเนินการพัฒนาเสร็จสิ้นในปี 2560 ขณะที่เฟส 2 ตั้งเป้าพัฒนาเสร็จสิ้นในปี 2563
ด้านสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการคล้ายคลึงกับที่ได้รับจากเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่น เช่น สิทธิการเช่าที่ในโครงการ 75 ปี ขยายเวลาได้สูงสุดถึง 99 ปี หากเช่าที่ดินนานกว่า 30 ปี จะได้รับยกเว้นการจ่ายค่าเช่าที่ดินเท่ากับมูลค่าที่ต้องจ่ายสำหรับ 12 ปีได้รับลดหย่อนภาษีกำไร 2-10 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทการลงทุน มูลค่าการลงทุน และสัดส่วนการส่งออก การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหลือ 5% จากปกติชาวต่างชาติต้องเสีย 10%
ปัจจุบัน ยังมีนักลงทุนชาวไทยเข้ามาร่วมกับโครงการไม่มากนัก โดยนักลงทุนไทยเองยังมีโอกาสมากในสะหวันซิตี เช่น ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ควรต้องมามีฐานการผลิตที่ลาว และตั้งอาคารสำนักงาน ตัวแทนการค้าไว้ในพื้นที่โครงการ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ธุรกิจตัวเอง
“หลายคนมองว่าลาวมีประชากรน้อย จึงไม่ค่อยสนใจมองลาว แต่หากเข้ามาลงทุนลาวเพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศที่ 3 จะได้รับประโยชน์สูงมาก เพราะลาวยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือจีเอสพี”







