
เมินเตาเผาขยะ-กาก กทม.โยนผุดนอกพื้นที่
ความพยายามในการผลักดันให้ประเทศไทยสร้างเตาเผาขยะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ปัญหาขยะล้นเมืองและดูแลสิ่งแวดล้อมส่อแววว่าจะไร้ผล
ความพยายามในการผลักดันให้ประเทศไทยสร้างเตาเผาขยะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ปัญหาขยะล้นเมืองและดูแลสิ่งแวดล้อมส่อแววว่าจะไร้ผล
ล่าสุด นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โครงการความร่วมมือในการติดตั้งเตาเผาขยะขนาด 500 ตัน/วัน แบบให้เปล่า ขององค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (เนโดะ) ของประเทศญี่ปุ่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้นไม่คืบหน้า เมื่อทาง กทม.ยังไม่สามารถจัดสรรพื้นที่ติดตั้งเตาเผาให้กับกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ เนื่องจาก กทม.ยังมีความกังวลเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แต่จะขอให้ความชัดเจนหลังจากที่กระทรวงอุตสาหกรรมและญี่ปุ่นศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้
“ระหว่างนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเร่งเข้าไปหารือกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ 2-3 แห่ง ในการติดตั้งเตาเผาขยะ 500 ตัน โดยเร็วที่สุด และเห็นว่าพื้นที่ที่มีศักยภาพไม่ควรไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก โดยเฉพาะต้องมีปริมาณขยะจากชุมชนในพื้นที่ 350 ตัน/วัน ขยะอุตสาหกรรม 150 ตัน/วัน ป้อนเข้าเตาเผาได้เต็มศักยภาพ ” นายพสุ กล่าว
สำหรับการจัดตั้งนิคมกากอุตสาหกรรม ขณะนี้ทางกระทรวงได้ร่วมกับกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (เมติ) ศึกษาหาพื้นที่ที่เหมาะสม 6 แห่งในการรองรับกากอุตสาหกรรมเพิ่มเติมใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเบื้องต้นประเมินจังหวัดที่เหมาะสมในการจัดตั้งนิคมกากอุตสาหกรรมครบวงจร ได้แก่ จ.นครราชสีมา ลำพูน ระยอง ปราจีนบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ส่วนกากไม่อันตรายพบว่าจังหวัดที่เหมาะสม ได้แก่ จ.ลำปาง และระยอง เป็นต้น แต่ทั้งนี้ต้องรอความพร้อมด้านพื้นที่ที่เหมาะสม เพราะจะต้องสรุปให้ได้ภายในเดือน ก.ย.ปีนี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาในการดำเนินการเกี่ยวกับการกำจัดกากขยะอุตสาหกรรมมี 2 ประเด็น คือ 1.การศึกษาพื้นที่ติดตั้งเตาเผาขยะในกรุงเทพฯ ที่ไม่สามารถจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมให้ได้ ดังนั้นกระทรวงจึงเล็งหาพื้นที่ที่มีศักยภาพในเขตปริมณฑลที่ใกล้กลับกรุงเทพฯ เช่น จ.นครปฐม สมุทรปราการ และสุพรรณบุรี เพื่อสะดวกในการขนส่งและรองรับปริมาณกากขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมในเขตกรุงเทพฯ ที่มีอยู่กว่า 4.8 หมื่นตัน/ปี แต่มีความสามารถในการกำจัดแค่ 50%







