
'ธวัช มีประเสริฐสกุล' นักบุกเบิกธุรกิจ
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
“ธวัช มีประเสริฐสกุล” วัย 52 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดอิ กรุ๊ป (DAII) ผู้ผลิตและจำหน่ายรั้วสำเร็จรูป บ้านสำเร็จรูป และอุปกรณ์ก่อสร้างสำเร็จรูป ที่มีกำหนดนำบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ วันที่ 23 ก.ค.นี้
เขาจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมโยธาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทด้านวิศวกรรมโครงสร้าง สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) โดยปฏิเสธทุนไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น เพราะต้องการหาประสบการณ์จากการทำงาน คุมงาน และลงมือทำมากกว่าที่จะเรียนตามทฤษฎี
ธวัช เริ่มทำงานแรกเข้าไปดูแลการก่อสร้างโรงปูนซีเมนต์ตรานกอินทรีแห่งที่ 2 ของบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จากนั้นเรียนปริญญาโทอีกใบด้านบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมทำงานที่บริษัท เอสโซ่ ด้วย
เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากบริษัทต่างๆ 4 ปี จึงตัดสินใจที่จะเริ่มมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพราะชอบคิด สร้าง หรือประดิษฐ์อะไรใหม่ด้วยมือตัวเองมาตั้งแต่เด็ก จึงเริ่มรวบรวมกลุ่มเพื่อน 3 คน ตั้งบริษัท แลนดี้โฮม ทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องงานอสังหาริมทรัพย์ การรับสร้างบ้าน งานโยธา งานตกแต่ง
จนไปเจอนวัตกรรมจากญี่ปุ่นเรื่องการสร้างรั้วและสร้างบ้านสำเร็จรูป จึงเริ่มตัดสินใจจะลุยธุรกิจนี้ และเพื่อไม่ให้ขัดกับแนวทางทำธุรกิจเดิม จึงแยกออกมาทำธุรกิจใหม่ตั้งแต่ปี 2550 โดยใช้ชื่อว่า DAII เพราะสิ่งที่เขามอง คือ แม้จะต้องเริ่มต้นใหม่ แต่ธุรกิจนี้น่าจะมีโอกาสเติบโตมากในอนาคต ตามพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่ต้องการตัวช่วยวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างได้รวดเร็ว แข็งแรง สวยงาม และประหยัด ซึ่งปัจจุบัน DAII สามารถตอบโจทย์ได้จากนวัตกรรมที่มี
“มีความเชื่อว่าบ้านก็เหมือนรถยนต์ที่สามารถสร้างความแตกต่างและมีนวัตกรรมเป็นของตัวเองได้ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีคือสิ่งใหม่ และเป็นตัวแปรที่ชัดเจนทำให้บริษัทมีอนาคตและฝ่าฟันธุรกิจมาได้จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยเรื่องการลดต้นทุน การ
บริหารจัดการ และสร้างความแตกต่างให้กับตลาด นอกจากนั้น ยังเชื่อด้วยว่าการมีระบบออนไลน์หรือธุรกิจที่มีการเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย จะเป็นเทรนด์การทำธุรกิจในอนาคต จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้บริษัทขยายช่องทางขายสินค้าออนไลน์มาได้สักระยะหนึ่ง” ธวัช กล่าว
เขาบอกว่า สิ่งที่เขาเริ่มต้นทำอาจเป็นเรื่องใหม่ในอุตสาหกรรม ถึงวันนี้ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เลือกทำจะผิดหรือถูก แต่จากที่ได้ลอง เริ่ม และเชื่อในนวัตกรรมที่มีอยู่ รวมทั้งผลตอบรับที่ได้รับ มั่นใจว่าเส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล
“อย่าไปกลัวกับการเริ่มต้นหรือบุกเบิก เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานของการสร้างองค์ความรู้ใหม่เสมอ มองทุกอย่างให้เป็น ให้ง่าย อย่าปล่อยให้โอกาสทุกอย่างวิ่งเข้ามาหาเอง เราต้องวิ่งไปหาด้วย อย่างการไปดูนวัตกรรมใหม่ที่ต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่นอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเชื่อว่าการสื่อสารระหว่างภายในองค์กรและภายนอกองค์กรเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะเป็นพื้นฐานที่ดีต่อการสร้างความเข้าใจ ทั้งพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตร การสื่อสารดี ส่งผลต่อความเข้าใจระหว่างกันก็จะดีไปด้วย”







