
ต่ออายุแวต7% รับมือเศรษฐกิจย่ำแย่
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 14 ก.ค. มีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเหลือ 7% ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2558 ออกไปอีก 1 ปี
สมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า การคงภาษีแวต 7% เนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะย่ำแย่ ไม่สามารถขึ้นแวตได้โดยรัฐบาลได้ส่งสัญญาณมาก่อนหน้านี้แล้วว่าในปีงบประมาณ 2559 รัฐบาลจะคงแวตในอัตราเดิมไม่มีการปรับเพิ่ม
“ตอนนี้เศรษฐกิจไทยย่ำแย่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องยอมรับ การส่งออกของไทยขยายตัวได้น้อยมาก ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ แต่รัฐบาลก็ได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด” สมหมาย กล่าว
นายสมหมาย เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า การส่งออกในช่วง ม.ค.-พ.ค. 2558 ของหลายประเทศต่างขยายตัวติดลบ เช่น ประเทศอินเดีย ติดลบถึง 15.9% อินโดนีเซีย ติดลบ 11.8% ออสเตรเลีย ติดลบ 9.2% สิงคโปร์ ติดลบ 7.2% ไต้หวัน ติดลบ 5.7% ฟิลิปปินส์ ติดลบ 5% เกาหลีใต้ ติดลบ 5% มาเลเซีย ติดลบ 4.7%
ส่วนประเทศไทย ติดลบ 4.2% มีเพียงประเทศจีน ที่การส่งออกขยายตัว 0.6% และฮ่องกงขยายตัว 0.7% จะเห็นว่าทุกประเทศมีปัญหาเรื่องการส่งออก จึงเป็นการยากที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ระดับสูง
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้ลดแวตที่ 7% ต่อไปอีก 1 ปี มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 2558 จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2559
“ต่อไปนี้จะไม่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างเรื่องแวตจะปรับขึ้นอีกแล้ว ซึ่ง ครม.และนายกรัฐมนตรีเห็นว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจตึงตัวก็ไม่อยากเพิ่มภาระให้ประชาชน แต่ขณะเดียวกันจะคงไว้ที่ 7% ตลอดไปคงไม่ได้ จะไม่สะท้อนการใช้จ่ายที่แท้จริง ประชาชนจะไม่เกิดการประหยัด การลดแวตเป็นมาตรการชั่วคราวที่กำหนดตามภาวะเศรษฐกิจเป็นรายปีไป” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังให้เหตุผลของการเสนอให้คงแวตไว้ที่ 7% ต่อไปอีก 1 ปีว่า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ในด้านอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศยังอยู่ในภาวะที่ไม่ฟื้นตัว การบริโภค การลงทุน การส่งออก และการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังหดตัว ระดับราคาสินค้าเกษตรตกต่ำส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ไม่เอื้อต่อการเพิ่มอัตราภาษี
นอกจากนี้ หากปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้จะทำให้รัฐมีรายได้เพื่อนำไปใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น แต่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการบริโภคในประเทศที่อยู่ในภาวะหดตัว โดยระดับราคาสินค้าและบริการต่างๆ จะมีการปรับราคาสูงขึ้น จึงเห็นควรมีมาตรการขยายเวลาการลดภาษีมูลค่าเพิ่มออกไปอีกระยะหนึ่งเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงการคลังคาดว่า มาตรการขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จะมีผลต่อประชาชนคือ ช่วยลดผลกระทบจากค่าครองชีพ ช่วยกระตุ้นการบริโภคของประชาชน ภาคธุรกิจมีการลงทุนเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจขยายตัว ส่วนของผู้ประกอบธุรกิจจะทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของอัตราภาษี ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจให้แก่ภาคเอกชน และสามารถวางแผนการบริหารธุรกิจได้อย่างถูกต้องต่อไป
สำหรับรายได้จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น หากกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 10% แม้จะทำให้ภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น 233,900 ล้านบาท แต่จะส่งผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าและค่าบริการเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการบริโภค การผลิต การนำเข้า และการลงทุนภาคเอกชนลดลง ทำให้ระบบเศรษฐกิจชะลอตัว
ทั้งนี้ การขยายเวลาจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% อีก 1 ปี จะไม่กระทบต่อการประมาณการรายได้ในปีงบประมาณ 2559 เนื่องจากในการจัดทำงบประมาณได้คำนวณประมาณการรายได้ โดยใช้ข้อมูลพื้นฐานในระยะยาวทำให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น







