posttoday
เกษตรฯวอนชาวประมงเร่งขึ้นทะเบียนเรือ

เกษตรฯวอนชาวประมงเร่งขึ้นทะเบียนเรือ

15 กรกฎาคม 2558

ก.เกษตรฯ วอนชาวประมงเร่งขึ้นทะเบียนเรือ ลูกเรือ หลังครม.ผ่อนผันประมงพื้นบ้าน

ก.เกษตรฯ  วอนชาวประมงเร่งขึ้นทะเบียนเรือ ลูกเรือ หลังครม.ผ่อนผันประมงพื้นบ้าน

นายปีติพงศ์  พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and UnregulatedFishing : IUU Fishing) รวมถึงสถานการณ์ทางการประมง  ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2558ครม.ได้เห็นชอบกรอบการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมง IUUโดยมอบหมายให้กรมประมง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทำประมงภายใต้เงื่อนไขที่ต้องไม่ผิดระเบียบของ IUUและไม่กระทบกับการทำประมงพื้นบ้านส่วนการดำเนินมาตรการคุมเข้มทางกฎหมายสำหรับการทำประมงของเรือประเภทต่างๆให้ดำเนินการตามกฏหมายและข้อตกลงตามiuu อย่างเคร่งครัด

"ทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ  ใบอนุญาตทำการประมง (อาชญาบัตร) และสมุดบันทึกการทำประมง (Fishing Logbook) ไม่สามารถผ่อนผันได้"รมว.เกษตรฯกล่าว

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ศูนย์แก้ไขการทำประมงที่ผิดกฎหมายไอยูยู( ศปมผ.) กรมประมง  และกรมเจ้าท่าออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ร่วมกันรับจดทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรืออาชญาบัตร ที่เดียวเบ็ดเสร็จในระหว่างวันที่ 1 – 15 กรกฎาคม 2558จะมีการขยายเพิ่มถึง  31ก.ค. 2558

กรณีบุคลากรในเรือ (ไต๋เรือ นายท้ายเรือ ช่างเครื่อง) จะต้องมีบัตรประชาชน  และนายท้ายเรือและนายช่างเครื่องจะต้องมีใบประกาศอีกทั้งในเรือยังต้องมีทะเบียนลูกจ้าง  ใบอนุญาตทำงานสัญญาจ้างของแรงงานบนเรือ ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายบังคับไว้ อย่างไรก็ตามไต๋เรือ และนายท้ายเรือ จะต้องเป็นคนไทยเท่านั้น ตามพ.ร.บ.สิทธิการทำประมงในเขตน่านน้ำไทย พ.ศ.2482 และเกี่ยวข้องกับความมั่นคง

ทั้งนี้ใน ส่วนช่างเครื่องครม. ให้ผ่อนผันเป็นคนต่างด้าวได้แต่ต้องไปแก้ไขกฎระเบียบแรงงานตาม MOUที่กำหนดไว้ว่าคนต่างด้าวต้องเป็นกรรมกรหรือแม่บ้านเท่านั้น นอกจากนี้ในเรือประมงพื้นบ้าน ขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอสผ่อนผันให้นายท้ายเรือและนายช่างเครื่องเป็นคนเดียวกันได้แต่ต้องเป็นคนไทยเท่านั้นและมอบหมายกรมประมงหาแนวทางในการออกอาชญาบัตรแบบใบเดียวหลายเครื่องมือและลดค่าอากรอาชญาบัตรให้เรือประมงพื้นบ้าน อีกทั้งให้เร่งดำเนินการจัดฝึกอบรมความรู้เรื่องการเขียน Fishing Logbookให้กับผู้ประกอบการเรือประมงขนาด 30 ตันกรอส

นายจุมพล  สงวนสิน  อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการประมงว่าขณะนี้สถานการณ์โดยทั่วไปเข้าสู่สภาวะปกติแล้วเรือประมงออกทำการประมงมากขึ้นยกเว้นในพื้นที่ที่ทะเลมีคลื่นลมแรงจัดเรือขนาดเล็กหยุดออกทำการประมงโดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน เช่น สตูล ตรัง กระบี่ เป็นต้นในพื้นที่อื่น ๆ เรือประมงออกทำการประมงตามปกติ ส่วนการแจ้งเข้า – ออกเรือประมง ณ ศูนย์ PIPO พบว่าเรือประมงขนาด 30ตันกรอสขึ้นไปมีการแจ้งเข้า – ออก มากขึ้นเรือประมงที่หยุดทำการประมงมีจำนวนลดลง ส่วนใหญ่เป็นเรือประมงที่ยังไม่มีใบอนุญาตทำการประมงหรือใบอนุญาตอื่นยังไม่ครบถ้วน

โดยพบว่าส่วนมากเป็นเรือที่ใช้เครื่องมืออวนลาก อวนรุนและเครื่องมือทำการประมงปลากะตัก ซึ่งมีรายงานว่าเรือประมงกลุ่มดังกล่าวเริ่มมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนเครื่องมือเป็นเครื่องมือประมงที่ทางราชการอนุญาตและพยายามแก้ไขในส่วนที่ยังไม่ถูกต้องเพื่อให้สามารถออกทำการประมงได้โดยมีข้อเสนออยากให้รัฐสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อใช้ปรับเปลี่ยนเครื่องมือ

นอกจากนี้เรือประมงบางลำอยู่ระหว่างเข้ารับการอบรมเพื่อรับใบอนุญาตและใบประกาศต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนสถานการณ์ผู้ประกอบการแพปลาและโรงงานน้ำแข็งเปิดทำการตามปกติและมีปริมาณสัตว์น้ำเข้าตลาดเพิ่มมากขึ้นราคาสัตว์น้ำส่วนใหญ่อยู่ในระดับปกติ

สำหรับข้อมูลการให้บริการของหน่วยบริการเคลื่อนที่ มียอดรวมสะสม (1-14 ก.ค.58) การให้บริการรับคำขอและออกใบอนุญาตทำการประมง 1,851 ฉบับใบทะเบียนเรือไทย 1,224 ลำ ใบอนุญาตใช้เรือ 1,040 ลำ ใบอนุญาตนายท้ายเรือ6,215 ราย ใบอนุญาตช่างเครื่อง 5,649 ราย ใบอนุญาตทำงานในเรือ 687 รายและใบอนุญาตอื่น เช่น ยกเลิกทะเบียนเรือ ขอเปลี่ยนแปลงขนาดเรือเครื่องยนต์ รวม 132 ลำ ซึ่งหลังจากวันที่ 15 ก.ค.นี้  จะขยายเวลาถึง  31ก.ค. เช่นกัน และหลังจากนั้นผู้ประกอบการเรือประมงยังสามารถไปขอดำเนินการจดทะเบียนต่างๆ ได้ ณ ที่สำนักงานเจ้าท่า และสำนักงานประมงของแต่ละจังหวัด

ส่วนผู้ประกอบการเรือประมงลำใดที่มีการดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วแต่ยังไม่ได้มาแสดงตนตามการสำรวจประมงครั้งที่ผ่านมา (15-25 มิถุนายน2558) ก็ขอให้ไปแสดงตนภายใน 31 กรกฎาคม 2558 ณ ศูนย์ PIPO ทั้ง 28 ศูนย์ใน 22 จังหวัดชายทะเลเพื่อทางกรมประมงจะได้นำข้อมูลจำนวนเรือประมงมาคำนวณหาค่าผลจับสูงสุดที่ยั่งยืนหรือ  MSY (ค่าความเหมาะสมของปริมาณทรัพยากรกับจำนวนเรือ) ซึ่งเป็นแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเพื่อประโยชน์ทางสิทธิในการเข้าสู่ระเบียบของการช่วยเหลือของทางราชการกรณีเมื่อเกิดผลกระทบต่างๆซึ่งเรื่องดังกล่าวกรมได้มอบหมายให้ประมงจังหวัดดำเนินการประสานงานกับทุกภาคส่วนเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับพี่น้องชาวประมงอย่างเต็มที่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท