นักช็อบเฮ!เพิ่มวงเงินสินค้าปลอดอากรเป็น2หมื่นบาท
กรมศุลกากรปรับวงเงินของส่วนตัวผู้เดินทางเข้าประเทศ จาก 1 หมื่นบาท เป็น 2 หมื่นบาท เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเงินในปัจจุบัน
กรมศุลกากรปรับวงเงินของส่วนตัวผู้เดินทางเข้าประเทศ จาก 1 หมื่นบาท เป็น 2 หมื่นบาท เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเงินในปัจจุบัน
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า มูลค่าเงินในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง การที่ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรนำของส่วนตัวเข้ามา จึงมักจะประสบกับปัญหาของที่นำของส่วนตัวเข้ามามีมูลค่าเกินกว่าที่ได้รับยกเว้นอากร จึงต้องมีการปรับวงเงินดังกล่าว ทำให้ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรซื้อจากร้านค้าปลอดอากรขาเข้าที่ตั้งอยู่ในสนามบินศุลกากร โดยมีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 2 หมื่นบาท
สำหรับบุหรี่ หรือซิการ์ หรือยาเส้น ซึ่งเป็นของส่วนตัวที่ผู้เดินทางนำเข้ามาให้ได้รับยกเว้นอากรต่อเมื่อบุหรี่มีปริมาณไม่เกิน 200 มวน หรือซิการ์ หรือยาเส้น อย่างละไม่เกิน 250กรัม หรือหลายชนิดรวมกันมีน้ำหนักทั้งหมดไม่เกิน 250 กรัม ส่วนสุราต้องมีปริมาณไม่เกิน 1 ลิตร
ปัจจุบันกรมศุลกากรได้จัดให้มีช่องสำหรับปฏิบัติพิธีการศุลกากรแก่ผู้โดยสารขาเข้า ณ ท่าอากาศยานนานาชาติตามมาตรฐานสากลไว้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ช่องตรวจเขียว สำหรับผู้โดยสารที่ไม่มีของต้องเสียภาษีอากร โดยของส่วนตัวที่นำเข้ามามีมูลค่ารวมทั้งหมดไม่เกิน 2 หมื่นบาท และช่องตรวจแดง สำหรับผู้โดยสารที่มีของต้องเสียภาษีอากรหรือไม่แน่ใจว่าต้องเสียภาษีอากรและของต้องห้ามและของต้องจำกัด ซึ่งหมายถึง ของที่ต้องมีใบอนุญาตหรือใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กรมศุลกากรจะเน้นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศโดยมิได้ทำการตรวจสัมภาระของผู้โดยสารทุกคน แต่จะสุ่มตรวจตามหลักปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล ฉะนั้น การปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามพิธีการทางศุลกากรจึงถือเป็นหน้าที่ที่ผู้โดยสารทุกคนควรตระหนักและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด กรณีมีของที่ต้องสำแดงแต่หลีกเลี่ยงไม่สำแดง ขณะผ่านจุดตรวจไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบจะถือเป็นความผิด โดยปรับ 4 เท่าของมูลค่าของบวกค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ และของที่มีการตรวจพบความผิดจะถูกริบเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายศุลกากรทันที







