
ลูกหลานมังกรเมืองปินส์ หวั่นทะเลจีนใต้กระทบธุรกิจ
สถานการณ์ที่จีนเพิ่มความเข้มข้นในการทวงสิทธิการครอบครองหมู่เกาะในทะเลจีนใต้
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
สถานการณ์ที่จีนเพิ่มความเข้มข้นในการทวงสิทธิการครอบครองหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเขตน่านน้ำที่กำลังเป็นข้อพิพาทระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน กำลังสร้างความยุ่งยากให้กับลูกหลานแดนมังกรที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ไม่น้อยทีเดียว
ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในชาติอาเซียนที่เลือกจะเผชิญหน้ากับจีนในสถานการณ์ความขัดแย้งกรณีพิพาทหมู่เกาะทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ความรู้สึกต่อต้านจีนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนส่งผลให้ชาวจีนในฟิลิปปินส์เริ่มรู้สึกถึงความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นทุกวัน
เอ็ดวิน ตัน ประธานหอการค้าเกาะปาลาวันฟิลิปปินส์จีน ให้ข้อมูลแก่ทางบลูมเบิร์ก ว่า เจ้าของธุรกิจซึ่งเป็นลูกหลานแดนมังกรต้องพยายามแสดงออกมากขึ้นว่าอยู่ข้างฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ เกาะปาลาวัน เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยว เนื่องจากมีหาดทรายขาวสวยและสภาพทะเลที่เหมาะแก่การดำน้ำชมปะการัง อย่างไรก็ตามที่ตั้งของเกาะแห่งนี้เป็นเหมือนประตูของฟิลิปปินส์สำหรับการเข้าสู่ทะเลจีนใต้ ทำให้บรรยากาศการต่อต้าน “ความเป็นจีน” บนเกาะแห่งนี้ร้อนแรงไม่น้อยทีเดียว
“มีชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ในปวยร์โต ปรินเซซาครับ พวกเขาเหมือนกับเป็นเจ้าของเมืองเลยทีเดียว แน่นอนว่าคนท้องถิ่นจริงๆ อาจสงสัยว่าเรา (คนจีนโพ้นทะเล) อยู่ข้างไหนกันแน่” ตัน กล่าว
พ่อค้าชาวจีนมีประวัติศาสตร์ในการเข้ามาตั้งรกรากค้าขายกับฟิลิปปินส์มานาน อย่างไรก็ตามหลังจากที่จีนพยายามขยายอ้างสิทธิในการครอบครองเขตแดนในทะเลจีนใต้มากขึ้นด้วยการสร้างเกาะเทียมในทะเล รวมถึงนำทหารเข้ามาลาดตระเวนในบริเวณนี้บ่อยขึ้น ก็กลายเป็นการสร้างความเสี่ยงให้กับชาวจีนโพ้นทะเลในฟิลิปปินส์เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้สภาพความรุนแรงทางการเมืองจะคุกรุ่นมากขึ้น แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่านักธุรกิจชาวจีนเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแดนตากาล็อก นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ล้วนเป็น
ลูกหลานแดนมังกรทั้งสิ้น
แม้ว่าสำมะโนประชากรอย่างเป็นทางการจะไม่ระบุถึงจำนวนลูกหลานแดนมังกรบนแผ่นดินตากาล็อก แต่รายงานจากหลายแห่งก็ระบุตรงกันว่า ชาวฟิลิปปินส์ที่มีบรรพบุรุษเป็นคนจีนแท้ๆ น่าจะมีอยู่ราว 1% และจีนยังเป็นหุ้นส่วนทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของฟิลิปปินส์เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตามประวัติศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ชาวจีนอพยพมักเป็นผู้มีบทบาทนำทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามสภาวะดังกล่าวทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวจีนกับคนท้องถิ่นซึ่งรู้สึกว่าถูกชาวจีนเอาเปรียบบ่อยครั้ง ส่งผลให้ชาวจีนอพยพมักกลายเป็นเหยื่อของความรุนแรงทั้งในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
เหตุการณ์ความรุนแรงที่มีต่อชาวจีนในอาเซียนยังดำเนินมาถึงปัจจุบัน ล่าสุดคือสถานการณ์ที่ชาวเวียดนามประท้วงเผาทำลายโรงงานที่มีชื่อเป็นภาษาจีน เพื่อประท้วงกรณีที่จีนนำแท่นขุดเจาะน้ำมัน
เข้ามาขุดน้ำมันในบริเวณหมู่เกาะพาราเซลซึ่งยังเป็นหมู่เกาะกรณีพิพาทอยู่ โดยกลุ่มบริษัทที่ถูกเผายังรวมถึงบริษัทของสิงคโปร์และไต้หวัน ซึ่งไม่มีความขัดแย้งกับเวียดนามแต่อย่างใด แต่ก็ต้องปิดโรงงานชั่วคราวจากสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน
สำหรับที่ฟิลิปปินส์ แม้สถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่บานปลาย แต่ความคลางแคลงใจเริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น ชาวเกาะปาลาวันบางราย กล่าวว่า เรือประมงจีนที่เข้ามาหาปลาในทะเลจีนใต้บางรายเป็นสายลับที่เข้ามาเพื่อหาข้อมูล นอกจากนี้การเข้ามาแพร่อิทธิพลในทะเลจีนใต้ของจีนยังทำให้ชาวประมงจีนกล้าเข้ามาล่าเต่าที่ใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย







