posttoday
ลงทุนทั้งที อย่าติดกับดัก ‘อารมณ์ความรู้สึก’

ลงทุนทั้งที อย่าติดกับดัก ‘อารมณ์ความรู้สึก’

13 กรกฎาคม 2558

โดย...บุญชัย เกียรติธนาวิทย์

โดย...บุญชัย เกียรติธนาวิทย์

ในช่วงอาทิตย์นี้ เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยข่าวร้าย มองไปทางไหนก็น่ากลัวน่ากังวลไปหมด ข่าวกรีซยังไม่ทันจะจางหาย ตลาดหุ้นจีนก็ดิ่งลงจนหลายคนเริ่มร้อนๆ หนาวๆ กลับมามองในประเทศเองก็มีทั้งเรื่องภัยแล้งและปัญหาเรื่องการขึ้นทะเบียนเรือประมง... ซึ่งทุกเรื่องล้วนชวนปวดหัวทั้งสิ้นครับ

แล้ว...เราจะอยู่กับข่าวร้ายพวกนี้อย่างไร?

เราจะอยู่แบบกลัวไม่กล้าลงทุน รอจนทุกอย่างสงบนิ่งก่อน (ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่) หรือเราจะลงทุนโดยพิจารณาอนาคตเป็นสำคัญ

ในโลกการลงทุนมีเรื่องสำคัญ 2 เรื่อง คือ ปัจจัยพื้นฐาน กับ อารมณ์ความรู้สึก ...ทุกครั้งที่มีข่าวเราต้องดูว่าเรื่องนั้นทำให้ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนหรือไม่ ถ้าไม่เปลี่ยน ...ปัจจัยพื้นฐานยังคงดีเหมือนเดิม นั่นไม่ใช่ปัญหาหรือเรื่องที่ควรกังวลแต่อย่างใด มันคือ “โอกาส”

ความยากของการลงทุน คือ ความไม่แน่นอนของอนาคต ...ข่าวสารที่ออกวันนี้ พรุ่งนี้ก็กลายเป็นเพียงอดีตเท่านั้น การคาดการณ์เพื่อวางกลยุทธ์ลงทุน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและพิจารณาให้รอบด้าน ตัดอารมณ์ความรู้สึกออกไป ...ซึ่งเป็นความต่างของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยครับ

กรีซ... เป็นเรื่องของความรู้สึกกลัวและกังวล กลัวว่าหากกรีซต้องออกจากสหภาพยุโรป แล้วกลับไปใช้เงินดรักมาอาจสร้างดราม่าให้เศรษฐกิจยุโรปอีกครั้ง แต่ความน่ากลัวของกรีซนั้นไม่ใช่เรื่องที่ว่าเศรษฐกิจของสมาชิกในกลุ่มสหภาพยุโรปจะล้มตามกรีซ แต่หลายฝ่ายกลัวว่ากรีซจะกลายเป็นศรีธนญชัยให้หลายประเทศอาจนำไปเป็นข้ออ้างและทางออกในการลดหนี้ที่ตัวเองก่อ แต่ไม่มีปัญหาใช้คืนนั่นเอง

ดังนั้น ถ้าเรามองดีๆ จะพบว่า ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจยุโรปยังไม่เปลี่ยนแปลง ขนาดเศรษฐกิจของกรีซที่ไม่ถึง 2% ของ GDP สหภาพยุโรป หากว่ากรีซล้มจริงก็จะไม่ส่งผลมากนัก และฐานะการเงินของหลายๆ ประเทศที่เป็นที่กังวลว่าจะเลียนแบบกรีซ เศรษฐกิจก็ดีขึ้นอย่างมาก

ส่วนจีน... ยังคงต้องจับตาว่าการปรับตัวลงของตลาดหุ้นจีนที่ค่อนข้างรุนแรงในช่วงนี้ ซึ่งก็ยอมรับว่า ในระยะสั้นจีนยังมีความผันผวนสูงมาก และก็คงต้องติดตามว่าเป็นความผันผวนที่เกิดจากอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าปัจจัยพื้นฐานแล้วหรือไม่ ความตกใจของนักลงทุนรายย่อยในช่วงนี้อาจกล่าวได้ว่าทำให้เกิดแรงขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจีนมีความพิเศษตรงที่มีสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยที่สูง (และคาดว่าเป็นนักลงทุนรายใหม่ด้วย) เมื่อเป็นนักลงทุนรายย่อย ปัญหาที่เราเจอเลย คือ นักลงทุนประเภทนี้มักตกใจกับข่าวและตัดสินใจขายง่าย เห็นตลาดติดลบเยอะๆ ก็เริ่มกลัว พอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มขาดทุนกำไรก็ขายเลยโดยไม่คิดมาก

นอกจากนี้ ต้องรอติดตามมาตรการของภาครัฐที่ประกาศออกมาว่าจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นมากขึ้นหรือไม่ ทั้งเรื่องสนับสนุนนักลงทุนสถาบันมากขึ้น การยืดหยุ่นกฎระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้นและปรับลดค่าธรรมเนียมของตลาด

สำหรับในไทยเอง ช่วงนี้เศรษฐกิจก็ดูจะไม่ค่อยสดใสนัก ทั้งปัญหาภัยแล้ง ทั้งปัญหาเรื่องการลงทะเบียนเรือประมง แต่อย่าลืมนะครับว่าการท่องเที่ยวเราก็ยังดีอยู่ ...อย่าให้ข่าวร้ายในระยะสั้น ทำลายข่าวดีในระยะยาวนะครับ

ถ้าเรากลัวข่าวร้ายหรือกลัวว่าจะลงทุนในจังหวะที่ไม่ดี... วิธีแก้ปัญหา คือ เราต้องลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ไม่สนใจว่า ณ ช่วงเวลานั้นๆ จะเกิดเหตุการณ์อะไร เพราะการลงทุนแบบนี้ถือเป็นการเฉลี่ยต้นทุน (DCA - Dollar Cost Average) คุณอาจจะไม่ได้ของในราคาที่ต่ำที่สุด แต่แน่นอนว่าคุณจะไม่ใช่คนที่ซื้อของแพงที่สุดเช่นกัน นอกจากนั้นการลงทุนแบบนี้ยังเป็นการสร้างวินัยในการลงทุนด้วยอีกทางหนึ่งครับ

และในช่วงนี้ บลจ.ธนชาต กำลังเปิดขาย Trigger Fund กองทุน T-EUChallenge2P ระหว่างวันที่ 9-14 ก.ค. 2558 ตั้งเป้าเลิก 7% ใน 1 ปี โดยเน้นลงทุนในกองทุน iShares STOXX Europe 600 (DE) เพราะเราเชื่อว่าเป็นจังหวะที่ดีที่หุ้นยุโรปกำลังมีการแกว่งตัว น่าจะหาจังหวะเข้าซื้อและมีโอกาสทำผลตอบแทนได้ตามเป้าที่วางไว้เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปยังคงมีความแข็งแกร่ง

ก่อนจะลงทุน ...ตระหนักเสมอว่าปัจจัยพื้นฐานสำคัญกว่าอารมณ์ความรู้สึกนะครับ

สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ