posttoday
ประเด็นกดดันน่าจะผ่อนคลาย

ประเด็นกดดันน่าจะผ่อนคลาย

13 กรกฎาคม 2558

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยผันผวนตลอดสัปดาห์ จากประเด็นหนี้กรีซที่ไม่ได้ข้อสรุป กังวลผลกระทบจากตลาดหุ้นจีนที่ลดลงจะกระทบไปถึงภาคเศรษฐกิจจริง และประเทศในเอเชีย ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์หลังกรีซยื่นข้อเสนอฉบับใหม่ที่ใกล้เคียงกับความต้องการของเจ้าหนี้มากขึ้น นอกจากนี้ทางการและหน่วยงานต่างๆ ของจีนได้มีการออกมาตรการสนับสนุนตลาดหุ้นจีนจำนวนมาก ช่วยให้หุ้นจีนฟื้นตัวขึ้นปลายสัปดาห์ และนำพาจิตวิทยาของหุ้นในเอเชียให้ฟื้นตัวตามไปด้วย

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยผันผวนตลอดสัปดาห์ จากประเด็นหนี้กรีซที่ไม่ได้ข้อสรุป กังวลผลกระทบจากตลาดหุ้นจีนที่ลดลงจะกระทบไปถึงภาคเศรษฐกิจจริง และประเทศในเอเชีย ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์หลังกรีซยื่นข้อเสนอฉบับใหม่ที่ใกล้เคียงกับความต้องการของเจ้าหนี้มากขึ้น นอกจากนี้ทางการและหน่วยงานต่างๆ ของจีนได้มีการออกมาตรการสนับสนุนตลาดหุ้นจีนจำนวนมาก ช่วยให้หุ้นจีนฟื้นตัวขึ้นปลายสัปดาห์ และนำพาจิตวิทยาของหุ้นในเอเชียให้ฟื้นตัวตามไปด้วย

ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นใหม่มาจากตลาดหุ้นจีน : ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงจาก 5,178 จุด ต่ำสุดที่ 3,373 จุด หรือลดลงจากระดับสูงสุดเกือบ 35% การลดลงอย่างรวดเร็วของหุ้นทำให้ความมั่งคั่งของประชาชนจีนลดลงเป็นวงกว้าง และก่อให้เกิดความกังวลถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่อาจตามมา และผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามทางการจีนได้ออกมาตรการจำนวนมากที่มีผลชะลอแรงขายหุ้นและการทำชอร์ตเซล รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการซื้อ ช่วยให้ดัชนีเริ่มฟื้นตัว เราคาดทางการจีนมีโอกาสออกมาตรการเพิ่มเติมซึ่งน่าจะช่วยประคับประคองตลาดหุ้นจีน ซึ่งน่าจะคลายความกังวลที่การปรับลดของดัชนีจะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ

ปัญหาภัยแล้ง ทำให้การบริโภคเกษตรกรฟื้นตัวยาก : ภัยแล้งที่ยาวนานในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อ 40 จังหวัดในประเทศไทย โดยมีพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักในภาคเหนือและภาคกลาง – เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้นมีปริมาณที่ต่ำ โดยปัจจุบันอยู่ที่ 30%, 36%, 14% และ 8% อย่างไรก็ตามมีระดับที่สามารถใช้ได้เพียง 2%, 6%, 9% และ 7% ในกรณีที่แย่ฝนขาดช่วง เราคาดความเสียหายต่อผลผลิตนาปีจะไม่เกิน 14% กระทบต่อ GDP ที่ราวๆ 12,673 ล้านบาท หรือราว 0.10% ต่อ GDP ซึ่งเราประเมินว่าเป็นผลกระทบที่ไม่สูงไป อย่างไรก็ตามผลของภัยแล้งที่ทำให้ผลผลิตนาปรังลดลง 43% ทำให้กำลังซื้อของเกษตรกรยังน่าจะอ่อนแอจนกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวนาปีในช่วงไตรมาส 4 การบริโภคในประเทศจึงยังน่าจะอ่อนแอ

แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : ประเมินจิตวิทยาเชิงลบกดดันตลาดสูงสุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และสัปดาห์นี้น่าจะดีขึ้นจากการที่หนี้กรีซมีแนวโน้มได้ข้อสรุป และโอกาสได้รับความช่วยเหลือสูงขึ้น ประกอบกับความกังวลการตกของตลาดหุ้นจีนจะกระทบเอเชียคลี่คลายลง ขณะที่การประกาศผลประกอบการกลุ่มธนาคารตัวแรกคือ TISCO มีแนวโน้มที่จะออกมาดี เราจึงประเมินตลาดน่าจะเริ่มต้นสัปดาห์นี้ด้วยทิศทางเป็นบวก และคาดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นในกรอบ 1,470-1,500 จุด

หุ้นเด่น : TISCO, KTB, SCB, KTC, AAV, TTA, BCP, CPN, MINT

หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : CEN, SC, TPIPL, IRPC (นักลงทุนควรตั้ง Stop loss หากหุ้นลง 3-5%)

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน