
หนุนธุรกิจบริการแข่งอาเซียน
กรมพัฒนาธุรกิจ การค้า กางโรดแมปหนุนรายย่อยกลุ่มธุรกิจบริการแข่งทุนต่างชาติ
กรมพัฒนาธุรกิจ การค้า กางโรดแมปหนุนรายย่อยกลุ่มธุรกิจบริการแข่งทุนต่างชาติ
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้รับนโยบายให้ดำเนินงานส่งเสริมพัฒนาธุรกิจไทยในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมขยายส่วนแบ่งตลาดในอาเซียน โดยกำหนดแนวทางการส่งเสริม (โรดแมป) กลุ่มธุรกิจบริการที่มีความเชื่อมโยงและอยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีบทบาทต่อเศรษฐกิจประเทศสูงเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนกว่า 45% ของอัตราการเติบโตเศรษฐกิจประเทศ (จีดีพี) ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยธุรกิจที่มีศักยภาพจะขยายตลาดเพิ่มขึ้น คือ ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจให้บริการขนส่งกระจายสินค้า(โลจิสติกส์) ธุรกิจบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ธุรกิจบริหารทรัพย์สิน เป็นต้น
“ในปี 2558 ธุรกิจบางสาขาได้เริ่มอนุญาตให้นักลงทุนอาเซียนถือครองหุ้นได้ถึงสัดส่วน 70% และหลังจากการเปิดเสรีได้ถึง 100%” น.ส.ผ่องพรรณ กล่าว
สำหรับแนวทางการเตรียมความพร้อมให้กับเอสเอ็มอีไทย มีดังนี้ เพิ่มขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพด้านต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด การสร้างความสามารถเพิ่มช่องทางและขยายตลาดให้ครอบคลุมส่วนแบ่งการตลาดในประเทศและอาเซียน การสร้างสภาพแวดล้อมและปัจจัยพื้นฐานที่เอื้ออำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังมุ่งดำเนินการตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิผลการตลาด โดยมีแผนพัฒนาผู้ประกอบการให้เป็น นักธุรกิจมืออาชีพ จากการบ่มเพาะความเป็นผู้ประกอบการที่เข้าใจหลักการและมีแนวคิดสร้างรูปแบบธุรกิจอย่างครบวงจร พร้อมกับเชื่อมโยงพันธมิตรและเครื่องข่ายธุรกิจสร้างโอกาสการตลาด การค้าและการลงทุน
รวมทั้งเร่งพัฒนาสร้างความเชื่อมั่นในระบบการค้าออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ ที่จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ และติดตั้งเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์บนหน้าเว็บไซต์ร้านออนไลน์เพื่อแสดงสถานะตัวตนที่ชัดเจน ซึ่งได้มีการตรวจประเมินร้านค้าออนไลน์ให้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ (DBD Verified) ปัจจุบันมีธุรกิจลงทะเบียนเครื่องหมายดังกล่าวราว 1.1 หมื่นราย 1.3 หมื่นเว็บไซต์







