
ร้องคปภ.คุมโบรกเกอร์เถื่อน
นายหน้านิติบุคคลประกันภัยร้อง คปภ. คุมนายหน้ารายบุคคล สกัดมิจฉาชีพ
นายหน้านิติบุคคลประกันภัยร้อง คปภ. คุมนายหน้ารายบุคคล สกัดมิจฉาชีพ
นายจิตวุฒิ ศศิบุตร นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย เปิดเผยว่า ได้ระดมสมองกับบริษัทสมาชิกเพื่อหาวิธีป้องกันนายหน้าเถื่อนหรือโบรกเกอร์เถื่อนที่หลอกขายประกันภัย โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและกระทบต่อภาพลักษณ์ของโบรกเกอร์ทั้งระบบ เพื่อเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในวันที่ 15 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ บริษัทสมาชิกเห็นว่าจะเสนอให้ คปภ.ใช้เกณฑ์ในการกำกับนายหน้าประกันภัยนิติบุคคล มากำกับนายหน้าประกันภัยรายบุคคลด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน และยังสามารถสกัดหรือป้องกันโบรกเกอร์เถื่อนได้ด้วย
“ที่ผ่านมาโบรกเกอร์ที่หลอกลวงประชาชนจะเป็นบุคคลธรรมดา สร้างความเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท/ครั้ง และสร้างความเสียหายต่อวงการโบรกเกอร์ที่ทำถูกต้องทั้งระบบที่มียอดขายถึง 50% หรือประมาณ 1 แสนล้านบาทของเบี้ยประกันภัยทั้งหมด 2 แสนล้านบาท” นายจิตวุฒิ กล่าว
นอกจากนี้ จะเสนอแนวทางการขาย โดยให้นายหน้าฯ ต้องแจ้งชื่อบริษัทและเลขที่ใบอนุญาตก่อนเสนอขายประกัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบจากเว็บไซต์ของ คปภ.ได้ หากเป็นการขายทางโทรศัพท์ ขณะขายต้องมีสคริปต์การขาย กรณีหลังการขาย ต้องทำระบบยืนยันการขายกับลูกค้า เช่น เอสเอ็มเอส อีเมล แฟกซ์ เพื่อให้ลูกค้ามีหลักฐานตรวจสอบกับบริษัทประกันภัยว่า ประกันที่ซื้อไปได้รับความคุ้มครองก่อนที่กรมธรรม์ฉบับจริงจะออก
อย่างไรก็ตาม บริษัทสมาชิกไม่เห็นด้วยที่ คปภ.มีแผนจะเก็บเงินจากยอดขายของโบรกเกอร์นิติบุคคลตั้งกองทุนดูแลประชาชนที่ถูกหลอกขายประกัน ซึ่งไม่ยุติธรรมที่จะให้โบรกเกอร์ที่ดี ทำถูกกฎหมายรับผิดชอบการกระทำของมิจฉาชีพ โดย คปภ.ควรจะมีเกณฑ์กำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น
สำหรับบทลงโทษโบรกเกอร์เถื่อน สมาคมฯ จะเสนอ 3 ระดับ คือ หากมีเหตุร้องเรียน คปภ.ควรตักเตือนทันที ถ้ามีหลักฐานว่าจะนำไปสู่การฉ้อโกงประชาชนควรจะสั่งพักใบอนุญาต และถ้าเข้าสู่ชั้นศาลจึงถอนใบอนุญาต จากปัจจุบันมีเพียงสั่งถอนใบอนุญาต ทำให้ประชาชนเสียหายในวงกว้าง
น.ส.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ กล่าวว่า ต้องการให้ คปภ.ตรวจสอบบัญชีการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าภายใน 3 วันของนายหน้าบุคคลธรรมดาที่ทั้งระบบมี 1 แสนคน เหมือนที่ คปภ.ใช้กำกับนายหน้านิติบุคคล แต่นายหน้ารายบุคคลกลับไม่ถูกตรวจสอบ
“ผลกระทบจากโบรกเกอร์เถื่อนแรงพอสมควร โดยเฉพาะต่างจังหวัด ขนาดพนักงานเราไปเจอลูกค้าแบบตัวต่อตัว ไม่ได้ขายทางโทรศัพท์ ลูกค้ายังสงสัยว่าเป็นโบรกเกอร์เถื่อนหรือเปล่า” น.ส.นภัสนันท์ กล่าว







