
จับทิศทางเงินดอลลาร์ ผ่านมุมมอง ‘เยลเลน’
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.85-34.15 ในสัปดาห์นี้ ที่เต็มไปด้วยปัจจัยใหม่ๆ ที่จะมากำหนดทิศทางค่าเงินทั่วโลกอีกครั้ง ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยักษ์ใหญ่ และถ้อยแถลงของคุณเยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมาให้เบาะแสกับนักลงทุนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสหรัฐจะเป็นเช่นไรในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เราคาดว่าเงินดอลลาร์จะยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง เนื่องจากความเชื่อมั่นนักลงทุนยังเปราะบาง หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นและพันธบัตรของประเทศตลาดเกิดใหม่โดนเทขายอย่างหนัก หลังจากตลาดหุ้นจีนร่วงลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน และชาวกรีซโหวตไม่ยอมรับมาตรการรัดเข็มขัดจากเจ้าหนี้ยุโรป
สำหรับสัปดาห์นี้ สิ่งที่นักลงทุนจับตา คือ มติของเจ้าหนี้ชาวยุโรปต่อแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซ ซึ่งหากเจ้าหนี้ยอมรับข้อเสนอ จะทำให้กรีซได้รับเงินกู้ชั่วคราว เพื่อจ่ายคืนพันธบัตรที่จะหมดอายุในวันที่ 20 ก.ค.นี้ให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จากนั้นจะเจรจาเงินช่วยเหลือครั้งที่ 3 ประมาณ 5.35 หมื่นล้านยูโร ที่เป็นไปได้ว่าเจ้าหนี้อาจให้กรีซกลับมาแก้ข้อเสนออีกครั้ง อีกปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ ตัวเลขส่งออก ตัวเลขเศรษฐกิจเดือน มิ.ย. และจีดีพีไตรมาส 2 ของจีน นักลงทุนจะจับตาหาสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน กดดันให้สกุลเงินประเทศตลาดเกิดใหม่และเงินบาทไปอีกระยะ ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมของอีซีบีและญี่ปุ่น เงินเฟ้อจากประเทศหลัก และดัชนีค้าปลีกของสหรัฐ
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเปิดตลาดที่ 33.77 แต่หลังจากประชาชนกรีซกว่า 61% โหวตไม่ยอมรับเงื่อนไขปฏิรูปเศรษฐกิจจากเจ้าหนี้ และดัชนี Shanghai Composite ร่วงลงกว่า 30% ในเวลาแค่ 3 สัปดาห์ ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงแรงมาที่ 34.07 เช่นเดียวกับสกุลเงินเอเชียโดยรวม แต่หลังจากทางการจีนออกมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้การเทขายชะลอลงและส่งผลให้ตลาด Shanghai Composite ปิดขึ้น 5.65% เงินบาทกลับมาแข็งค่าและปิดตลาดที่ 33.95







