posttoday
แผนเด็ด กนอ. หัวใจหลักดึง ‘ลงทุน’

แผนเด็ด กนอ. หัวใจหลักดึง ‘ลงทุน’

13 กรกฎาคม 2558

ตลอดระยะเวลา 1 ปีเศษที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ

โดย...ดวงนภา ประเสริฐพงษ์

ตลอดระยะเวลา 1 ปีเศษที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ได้มีความพยายามผลักดันให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว จึงได้ทำคลอดการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ขึ้นมาทำหน้าที่พิจารณาสิทธิประโยชน์ที่จูงใจในการลงทุนเป็นการเฉพาะ เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มของอุตสาหกรรมเป้าหมาย

แผนปฏิบัติการที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำหนดให้เป็นพื้นที่เป้าหมายการพัฒนาในระยะแรกไมี 5 จังหวัด ได้แก่ ตาก สระแก้ว ตราด มุกดาหาร และสงขลา รูปธรรมการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษปัจจุบันไปถึงไหน และแนวทางจะเป็นอย่างไร

วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “โพสต์ทูเดย์” ว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษมีหลายจิ๊กซอว์  กนอ.เป็นส่วนหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีหน้าที่จัดหาฮาร์ดแวร์ สาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่ต้องดูแลด้วยกัน

“ระยะที่ 1 ที่กำหนดไว้ 5 พื้นที่ ได้แก่ ตาก สระแก้ว ตราด มุกดาหาร และสงขลานั้น กนอ.จะเข้าไปทำ 3 พื้นที่ คือ พื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ อ.สะเดา จ.สงขลา แต่ละพื้นที่นี้
ที่ประชุม กนพ. เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ระบุให้ กนอ.ได้รับอนุมัติเรื่องการเช่าพื้นที่จากกรมธนารักษ์แล้ว เห็นแล้วว่าพื้นที่อยู่ตรงไหน แต่เรื่องราคาที่ดิน ค่าเช่ายังไม่จบ เพียงแต่ว่าแบ่งที่ดินกันไว้ก่อน” วีรพงศ์ กล่าว

พื้นที่ที่จะใช้พัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 3 แห่ง มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นกว่า 2,400 ไร่ แม่สอดมีพื้นที่ร่วม 800 ไร่ สระแก้วมีพื้นที่ 650 ไร่ อ.สะเดา จ.สงขลา มีพื้นที่รวม 1,000 ไร่ โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการกำหนดนโยบายส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายไว้ 13 กลุ่ม โดยแต่ละนิคมอุตสาหกรรมอาจจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม แต่ในภาพรวมแล้วนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 3 แห่ง จะแล้วเสร็จภายในปี 2561

ขณะเดียวกันสิ่งที่ผู้ประกอบการตั้งคำถามในขณะนี้ คือ ช่วงเวลานับตั้งแต่นี้ไปจนกว่าจะถึงปี 2561 จะเห็นการลงทุนจริง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐาน หรือการพัฒนาในเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างไรบ้าง

วีรพงศ์ ชี้แจงว่า ระหว่างนี้นิคมอุตสาหกรรมจะยังอยู่ในระยะการเตรียมการเท่านั้น แต่ส่วนอื่นๆ นอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เช่น เรื่องการอำนวยความสะดวก การค้า การเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภค และการตั้งเทรดดิ้งต่างๆ รัฐบาลก็จะเร่งพัฒนาอย่างเต็มที่ในระหว่างนี้

ขณะเดียวกัน กนอ.ก็ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น บริษัท ปตท. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่มบริษัท SCG จากนั้นเตรียมที่จะหารือกับกลุ่มอุตสาหกรรมที่รัฐบาลผลักดันด้วย ซึ่งระหว่างนี้หากผู้ประกอบการสนใจและอยากลงทุนก่อน ก็สามารถขอเช่าที่จากกรมธนารักษ์เพื่อลงทุนนอกนิคมอุตสาหกรรมก่อนก็ได้

“ใครก็ตามที่มาเช่าที่กับกรมธนารักษ์ เขามีระเบียบว่าถ้าเป็นเอกชนจะคิดเท่าไหร่อีกส่วน แต่ถ้าเป็นราชการรัฐวิสาหกิจจะลดให้ 30% อันนี้เป็นระเบียบของกรมธนารักษ์ ในส่วนของ กนอ.จะต้องไปเช่าที่ดินดิบๆ มาก่อน แล้วก็ต้องไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค ไปพัฒนา ไปเปิดแปลงย่อย เพื่อให้ลูกค้ามาตั้งโรงงาน คือ มันเป็นพื้นที่นำร่องที่รัฐอยากจะทำ” วีรพงศ์ กล่าว

คำถามต่อมา คือ ผู้ประกอบการที่จะไปเช่าที่ดินในนิคมฯ จะได้สิทธิพิเศษเรื่องราคาที่ดินที่ถูกกว่าผู้ประกอบการนอกนิคมฯ หรือไม่นั้น

ผู้ว่าการ กนอ. อธิบายว่า ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมจะได้เรื่องความมั่นใจด้านสาธารณูปโภค การบริการ และการเข้าถึงกลุ่มซัพพลายเชนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมเท่านั้น

นอกจากภารกิจในการพัฒนา นิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว กนอ.ยังมีภารกิจสำคัญในการผลักดันนิคมอุตสาหกรรมพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยจะแบ่งเป็นแอเรีย เบส ที่เน้นพัฒนาตามศักยภาพพื้นที่ และกลุ่มคลัสเตอร์ เบส ที่ต้องพัฒนาตามศักยภาพอุตสาหกรรมที่รัฐจะสนับสนุนให้เกิดการลงทุน

วีรพงศ์ กล่าวว่า โครงการแอเรีย เบส ที่ประสบความสำเร็จไปแล้วใน จ.หนองคาย อุดรธานี และนครราชสีมา ที่มีเอกชนเข้ามาลงทุนพัฒนานิคมร่วมกับ กนอ.แล้ว จากนี้จะผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มอีก และในภาคเหนือจะผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมใน 7 จังหวัด คือ พื้นที่ จ.เชียงราย พะเยา ลำปาง ฯลฯ

“เชียงรายจะเน้นเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจเหนือใต้ เชื่อมโยงจีนตอนใต้ ยูนนาน คุนหมิง เราวางตำแหน่งไว้ว่าตรงนั้นเป็นโลจิสติกส์พาร์ค หรือนิคมอุตสาหกรรมบริการโลจิสติกส์ พื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก 300-500 ไร่ แล้วก็จะให้บริการเกี่ยวกับเรื่องขนถ่ายพักสินค้า เชื่อมโยงระหว่างจีนตอนใต้ ลงมาจนกระทั่งถึงผ่านไทย ไปทะลุมาเลเซีย อินโดนีเซีย” วีรพงศ์ กล่าว

ขณะที่โครงการคลัสเตอร์ เบส จะมุ่งพัฒนา 5 คลัสเตอร์ ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมคลัสเตอร์อากาศยานและคาดว่าน่าจะได้พื้นที่อู่ตะเภาเป็นที่ก่อตั้งนิคมฯ

ลำดับต่อมา คือ นิคมอุตสาห กรรมยาง หรือรับเบอร์ ซิตี้ ที่จะสนับสนุนการผลิตยางแบบครบวงจร โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ ต.ฉลุง จ.สงขลา ซึ่งขณะนี้เขียนแบบเสร็จแล้ว และเตรียมก่อสร้างในปีหน้าทันที

นอกจากนี้ ยังมีนิคมอุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์ ซึ่งเล็๋งเ ห็นศํก ยภาพการผลิตยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในกองทัพของไทยนั้น สามารถทดแทนการนำเข้าได้ เช่น ล้อยางรถทหาร เสื้อผ้า รองเท้า และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง แต่ต้องมีการแก้กฎหมายบางส่วน

โครงการหนึ่งที่ต้องการส่งเสริม แต่ยังติดปัญหาเรื่องพื้นที่ คือ นิคมอุตสาหกรรมกำจัดกากขยะ ซึ่ง กนอ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงศึกษาเรื่องพื้นที่ตั้งที่เหมาะสมหากสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้ จะส่งผลดีต่อนิคมอุตสาหกรรมคลัสเตอร์พลาสติก เพราะสามารถรับขยะอุตสาหกรรมบางประเภทไปผลิตต่อได้

กลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการอยากเข้ามาลงทุนในไทย ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า จากที่ทำเรื่องสิทธิประโยชน์ จะเห็นว่าไทยและเพื่อนบ้านให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ไม่ต่างกันมาก ส่วนที่ต้องดูคือตลาด ต้องดูว่าผลิตเพื่อตลาดในประเทศหรือส่งออก ซึ่งผู้ประกอบการที่มาลงทุนในไทยต้องเป็นผู้ผลิตเพื่อส่งออก ซึ่งขณะนี้มีตลาดในกลุ่ม CLMV รองรับ และอนาคตจะค่อยๆ โตขึ้น นักอุตสาหกรรมจะต้องมองไกล 5-10 ปี ซึ่งการลงทุนในไทยตอบโจทย์มากที่สุด

ขณะนี้ กนอ.ได้เสนอแก้ พ.ร.บ.การนิคมฯ เพื่อให้ทันสมัยและชัดเจนมากขึ้น ประเด็นสำคัญคือ เรื่องการแก้กฎหมายเพื่อจัดตั้งนิคมฯ แนวดิ่ง เป็นลักษณะคอนโด และให้โรงงานตั้งอยู่บนคอนโด สามารถอยู่รวมกันเป็นคอมเพล็กซ์ได้ ซึ่งในต่างประเทศนิยมทำกันมาก และยังเสนอปรับปรุงเรื่องฟรีเทรดโซน

“ในเขตฟรีเทรดโซน เขาเขียนว่า ผลิต ประกอบ บรรจุ แต่คำถามคือ ผมจะทำโลจิสติกส์พาร์ค จะไปชวนบริษัท ดีเอชแอล มาลง เขาไม่ได้ผลิตสินค้า เขาให้บริการ จึงอยากแก้ให้มันชัดๆ เพิ่มว่า เพื่อการพาณิชยกรรมไปด้วย ปกติฟรีเทรดโซนไม่เสียภาษีอยู่แล้ว แต่ถ้าสมมติท่านขายน้ำมัน ซื้อมาแล้วมาแบ่งกระจายไปขายไม่ได้ ต้องผลิตเองเท่านั้น”

นอกจากนี้ ยังขอให้ กนอ.สามารถจัดตั้งบริษัทจำกัดที่สามารถไปลงทุนต่างประเทศได้ โดยขณะนี้มีพื้นที่ศึกษาแล้วอยู่หลายแห่ง เช่น จีนตอนใต้ที่เป็นตลาดใหญ่ ชานเมืองคุนหมิง ลาว ส่วนพม่ามีเมืองเมียวดีที่น่าสนใจ เพราะเชื่อมกับ อ.แม่สอดได้ และพุน้ำร้อนที่เชื่อมทวาย

“สมมติฐานวันนี้เราเอานักลงทุนไทยไปต่างประเทศ วันนี้ถ้าคุณแฮปปี้ที่อยู่ในนิคมฯ เมืองไทย ถ้าคุณไปต่างประเทศแล้ว มันมีบริการแบบเดียวกัน คุ้นหน้ากัน เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ไปคนเดียว เราต้องเอาพันธมิตรไปด้วย” วีรพงศ์ กล่าวถึงภารกิจที่กำลังผลักดัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ