
โชห่วยจัดทัพงัดข้อห้าง
จากปัญหาที่อำนาจต่อรองของค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามจำนวนสาขาที่ขยาย
จากปัญหาที่อำนาจต่อรองของค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามจำนวนสาขาที่ขยาย ส่งผลให้สินค้ารายย่อยไม่มีอำนาจต่อรองพอให้สินค้าเข้าไปขายผ่านได้ เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าแรกเข้า ค่าโฆษณา เงินส่วนแบ่งกำไร หรือค่าจีพีที่สูงมาก ซึ่งผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถจ่ายให้กับค้าปลีกได้ เนื่องจากทุนไม่หนาพอจะทำตัวเป็นไฟแนนซ์ให้กับยักษ์ค้าปลีก
ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าว ทางสมาคมค้าส่ง-ค้าปลีกไทย จึงออกมาจัดตั้งบริษัท ไทยยั่งยืน 2015 ขึ้นทำหน้าที่หลักเป็นตัวกลางกระจายสินค้าจากผู้ประกอบการไปยังร้านโชห่วยทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการสินค้ารายย่อยให้มีช่องทางการขายเพิ่ม
สมชาย รัตนพรเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ค้าปลีกไทย กล่าวว่า บริษัท ไทยยั่งยืน 2015 ก่อตั้งขึ้นมาโดยไม่แสวงหาผลกำไร เนื่องจากมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการสินค้ารายย่อย หรือเอสเอ็มอี ที่ไม่สามารถนำสินค้าเข้าไปขายภายในห้างค้าปลีกได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากก่อตั้งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมผู้ประกอบการสินค้ารายย่อยที่จะหาช่องทางขายสินค้า ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่แบรนด์สินค้าเป็นที่รู้จักในตลาดอยู่แล้ว ก็สามารถนำสินค้ามาขายผ่านช่องทางดังกล่าวได้ หากมีความสนใจจะนำสินค้าเข้ามาขายภายในร้านโชห่วยทั่วประเทศที่เป็นเครือข่ายของบริษัท ไทยยั่งยืน 2015
สำหรับแผนการดำเนินงานในเบื้องต้น บริษัท ไทยยั่งยืน 2015 อาจจะมีการแต่งตั้งยี่ปั๊วของแต่ละจังหวัดขึ้นมา 1 ราย เพื่อเป็นเครือข่ายและทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการนำสินค้ากระจายไปให้กับเครือข่ายร้านโชห่วยที่อยู่ในจังหวัดนั้นๆ
สมชาย กล่าวต่อว่า การที่เลือกแต่งตั้งยี่ปั๊วเพียง 1 รายเป็นตัวแทนในแต่ละจังหวัด เนื่องจากการทำงานของบริษัท ไทยยั่งยืน 2015 กับยี่ปั๊วและร้านโชห่วยทั่วประเทศ จะใช้เทคโนโลยีเป็นตัวกลางในการสื่อสาร ด้วยการมีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นผู้สนับสนุน ซึ่งแนวทางการดำเนินงานดังกล่าว ถือเป็นการเดินตามนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐ
นอกจากนี้ ทางสมาคมค้าส่ง-ค้าปลีกไทย ยังได้มีการจับมือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอีกหลายกระทรวง เพื่อจับมือร่วมกันพัฒนาร้านโชห่วยให้มีความสวยงามและทันสมัยเหมือนกับร้านสะดวกซื้อ ด้วยการปรับโฉม ร้านโชห่วยเป็นร้าน“สมาร์ทช็อป” เช่น กระทรวงไอซีทีจะเข้ามาช่วยเหลือในด้านของเทคโนโลยี และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ก็จะเข้ามาช่วยเหลือในด้านของการฝึกอบรมการทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการโชห่วย เป็นต้น
หลังจากเดินหน้าเตรียมความพร้อมไปได้ระยะหนึ่ง สมชาย คาดว่าประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ จะสามารถเปิดตัวบริษัท ไทยยั่งยืน 2015 ได้อย่างเป็นทางการ พร้อมเริ่มดำเนินการกระจายสินค้าไปยังร้านโชห่วยทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงโฉมร้านโชห่วยเป็นร้านสมาร์ทช็อป ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะปรับปรุงได้ประมาณ 600 ร้านค้าทั่วประเทศ
ในส่วนของราคาสินค้าที่นำมาจำหน่ายภายในร้านโชห่วยและร้านสมาร์ทช็อป คาดว่าราคาจะถูกกว่าที่จำหน่ายในห้างค้าปลีกประมาณ 20-40% เนื่องจากเจ้าของสินค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเหมือนกับการนำสินค้าเข้าไปขายในห้าง แนวทางดังกล่าวหากทำได้จริง นอกจากจะช่วยผู้บริโภคให้ซื้อสินค้าได้ถูกลงแล้ว ยังช่วยผู้ประกอบการสินค้าให้อยู่รอดได้อีกด้วย







