posttoday
สุภิญญาค้านร่างกฎหมายกสทช.ใหม่ชี้ทำขาดอิสระ

สุภิญญาค้านร่างกฎหมายกสทช.ใหม่ชี้ทำขาดอิสระ

12 กรกฎาคม 2558

"สุภิญญา" กรรมการ กสทช. ค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ทำให้ องค์กร กสทช. ขาดอิสระ

"สุภิญญา" กรรมการ กสทช. ค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ทำให้ องค์กร กสทช. ขาดอิสระ

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากสำนักงานในช่วงเช้าว่าจะมีการประชุม กสทช.นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(ฉบับที่...) พ.ศ. ... หรือ ร่าง พรบ. กสทช. ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำหนังสือด่วนลงวันที่ 3 ก.ค.ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแจ้งยืนยันภายในวันที่ 10 ก.ค. แต่ตนไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้เนื่องจากติดภารกิจในการติดตามความคืบหน้าการขยายโครงข่ายภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล จึงได้ส่งความเห็นไปยังเลขาธิการ กสทช. คาดว่าเร็วๆนี้ จะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติดำเนินการพิจารณา

น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ร่างพรบ. กสทช.ที่เสนอมานั้น มีหลายเรื่องสำคัญที่ตนเห็นว่าควรยืนตาม พรบ. กสทช.ฉบับเดิมที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ได้แก่ ประเด็น องค์ประกอบของกรรมการ กสทช. คุณสมบัติ คณะกรรมการสรรหาและการดำเนินการคัดเลือก เนื่องจากการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาใหม่ทั้งหมดพบว่า ไม่ได้เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม อีกทั้งตัวแทนจากองค์กรอิสระที่จะดำเนินการสรรหา กสทช. ทั้ง ปปช. หรือ คตง. มีภารกิจหลักในฐานะที่เป็นผู้ตรวจสอบ กสทช. อยู่แล้ว  รวมทั้งหลักความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแล กฎหมายฉบับใหม่กำหนดว่า ในกรณีที่มีปัญหาว่าการดำเนินการของ กสทช. สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเสนอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ตนเห็นว่า บทบัญญัตินี้ขัดกับหลักความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแลโดยสิ้นเชิง เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้คณะกรรมการดิจิทัลฯ สามารถปรับปรุงแก้ไขแผนและนโยบายของหน่วยงานกำกับดูแลได้ ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับปัจจุบันได้กำหนดให้ กสทช.ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา

ส่วนการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งยังคงการคัดเลือกโดยวิธีการประมูล แต่ได้เพิ่มหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ โดยจะคำนึงถึงจำนวนเงินที่เสนอให้แต่เพียงอย่างเดียวมิได้ ซึ่งการเขียนข้อยกเว้นไว้ในลักษณะนี้ อาจเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจและจัดสรรคลื่นด้วยวิธีคัดเลือกคุณสมบัติ อันจะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความโปร่งใสตามมา

กลไกตรวจสอบ กสทช. ตนเห็นว่าที่มาและองค์ประกอบของคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติงานขาดความเหมาะสม เช่น ผู้แทนจาก ปปช. หรือ สตง. เป็นหน่วยงานหรือกลไกรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของ กสทช.อยู่แล้ว อีกทั้งมีความคาบเกี่ยวระหว่างการเป็นกรรมการสรรหาและตัวแทนขององค์กรเหล่านี้เป็นคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติงาน ซึ่งกลไกการตรวจสอบ กสทช.ควรเป็นหน่วยงานประเมินจากภายนอก และมีการเปิดเผยผลการประเมินต่อสาธารณะ

ประเด็นการสนับสนุนการชดเชยการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ ที่ได้มีเพิ่มเติมใหม่ โดยเห็นว่า การต้องใช้เงินของรัฐชดเชยหรือเยียวยาในกรณีที่ต้องนำคลื่นความถี่กลับมาจัดสรรใหม่ เป็นกรณีที่ผิดไปจากหลักการและข้อเท็จจริง เนื่องจากการเรียกคืนคลื่นความถี่ตามแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ได้กำหนดกรอบเวลาในการปรับตัวไว้อย่างเพียงพอแล้ว รวมทั้งหน่วยงานรัฐต่างรับรู้แนวทางการเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำมาจัดสรรใหม่นับตั้งแต่ที่ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรฯ ปี 2553 มีผลบังคับใช้ หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ถือครองคลื่นและประกอบกิจการในเชิงพาณิชย์ตลอดระยะเวลาที่ล่วงเลยมากว่า 15 ปี จึงไม่มีเหตุผลหรือความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ที่จะต้องนำเงินของรัฐไปจ่ายเป็นค่าชดเชยให้กับหน่วยงานของรัฐเอง

ประเด็นการบริหารกิจการภายในของสำนักงาน กสทช. มีข้อสังเกตว่า ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ มีบางมาตราที่ประสงค์จะแก้ไขการบริหารงานของสำนักงานโดยมีความคลุมเครือในแง่เหตุแห่งความจำเป็น อาทิ มาตรา 38 ที่กำหนดให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 60 ของพ.ร.บ.ปัจจุบัน และเสนอให้มีรองเลขาธิการ กสทช. ฝ่ายนโยบายและรองเลขาธิการฝ่ายประจำ ตามจำนวนที่ กสทช.กำหนด รองเลขาธิการ กสทช.ฝ่ายประจำต้องแต่งตั้งจากพนักงานประจำของสำนักงาน กสทช.  หรือ บทบัญญัติในมาตรา 46 วรรคสองและวรรคสาม พบว่า มีเนื้อความที่สร้างความสับสนในเรื่องการกลับเข้ามาของตำแหน่งรองเลขาธิการ กสทช. โดยให้มีฐานะเป็นพนักงานประจำของสำนักงาน กสทช. เป็นต้น

ประเด็นสุดท้ายการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการปรับปรุงกฎหมาย นับตั้งแต่มีข้อเสนอในเรื่องการแก้ไขกฎหมาย กสทช. ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่า ทุกภาคส่วนมีข้อเสนอแนะ และแสดงความห่วงใยในหลากหลายประเด็น น.ส.สุภิญญา เห็นว่า ขั้นตอนของการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ควรนำความเห็นที่หลายฝ่ายได้นำเสนอไปแล้วมาพิจารณา ประกอบกับเปิดให้ทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ องค์กรผู้บริโภค และตัวแทนภาคประชาสังคม ตลอดจนองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเข้ามา มีส่วนในกระบวนการพิจารณาจัดทำร่างฯ เพื่อให้เกิดความรอบคอบและประโยชน์สูงสุดต่อการจัดสรรทรัพยากร

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ