
วัดดวง ‘ฝนมาแน่’ ทุนญี่ปุ่นห่วงอุตฯแล้งน้ำ
ปี นี้มีคำถามว่าทำไมถึงแล้ง คำตอบคือ มีการระบายน้ำออกมามากในช่วงปี 2555 เพราะเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วม
โดย...สิทธิณี ห่วงนาค
“ปี นี้มีคำถามว่าทำไมถึงแล้ง คำตอบคือ มีการระบายน้ำออกมามากในช่วงปี 2555 เพราะเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554 ขณะที่ในปี 2556-2557 ฝนตกน้อย แต่เมื่อมีวิกฤตรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานเร่งระดมความช่วยเหลือ และเดินหน้ามาตรการลดพื้นที่ปลูกข้าว ซึ่งควรทำนานแล้ว แต่ไม่ทราบทำไมไม่ทำ ทุกอย่างจึงมาประดังในปีนี้”
นี่ถือเป็นคำชี้แจงสาเหตุวิกฤตภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีในไทย ของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตามคำสั่งที่ 85/2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงวันที่ 4 ก.ค. 2557 โดยกล่าวระหว่างการเสวนา “แผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ” เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา
แต่ทว่าท่ามกลางวิกฤตภัยแล้งที่ยังไม่คลี่คลาย แม้ว่าในช่วงต้นเดือน ก.ค.จะเริ่มมีฝนตกหนาเม็ดขึ้น แต่ก็ยังน้อยเกินไปจนสร้างความหวั่นวิตกว่าในอีก 30 วันข้างหน้า ประชาชนในแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอหรือไม่
โดยเฉพาะข้อมูลจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์น้ำเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ประเมินว่า กรณีที่เลวร้ายที่สุด คือ ฝนไม่ตกมากตามที่คาด ก็จำเป็นต้องลดปริมาณการระบายน้ำ 4 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จาก 28 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วัน เหลือ 18-20 ล้าน ลบ.ม./วัน จนกว่าปริมาณฝนจะตกในปริมาณปกติ
“ได้ทำแบบจำลองไว้ 3 โมเดล ให้ฝ่ายนโยบายตัดสินใจลดการระบายน้ำจาก 4 เขื่อน เพื่อรักษาน้ำอุปโภคบริโภคให้อยู่ในระดับที่มั่นคง ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน เช่น หากเดือน ส.ค.และ ก.ย.มีฝนตกชุกจริง แต่ฝนไม่ตกเหนือเขื่อนจะมีแผนอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าขณะนี้ปริมาณน้ำใน 2 เขื่อนใหญ่ยังวิกฤต เขื่อนภูมิพลมีน้ำใช้การได้ 179 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 2% ของความจุ และเขื่อนสิริกิติ์ 349 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 5% ของความจุ แต่ต้องระบายน้ำออก 28 ล้าน ลบ.ม./วัน” สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงแผนสำรองหากฝนไม่ตกตามที่คาดไว้
แต่สุเทพก็ยังมั่นใจว่าสถานการณ์จะไม่เลวร้าย หากสถานการณ์ฝนเป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ไว้ คือ “ฝนจะเริ่มตกในภาคเหนือตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.นี้ แต่ยังตกไม่สม่ำเสมอ ต้องรอไปถึงช่วงวันที่ 20-23 ก.ค.จะมีฝนตกหนักอีกรอบ และฝนจะตกเต็มที่ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. ไปถึงกลางเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้มีน้ำไหลเข้า 4 เขื่อนหลักอย่างน้อย 3,500 ล้าน ลบ.ม.”
ขณะที่ เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่าน้ำประปาจะไม่ขาดแคลนแน่ และใช้ได้ไปถึงฤดูแล้งปีหน้า แต่ด้วยอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนที่ 28 ล้าน ลบ.ม./วัน อาจกระทบต่อค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยา 2-3 วัน/เดือน วันละประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งการประปานครหลวง (กปน.) สามารถแก้ปัญหาด้วยการหยุดสูบน้ำเข้าระบบในช่วงที่ค่าความเค็มขึ้นสูง แม้ว่าล่าสุด (10 ก.ค.) ตัวแทน กปน.แจ้งว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งบางเขนเริ่มมีปัญหา และได้ทำแผนขอน้ำดิบเพิ่มแล้ว
สอดคล้องกับ พล.อ.ฉัตรชัย ที่ได้ให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรไว้แล้ว และยืนยันว่าประชาชนจะไม่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแน่นอน และกรมอุตุนิยมวิทยาก็ยืนยันว่าปลายเดือน ก.ค.นี้จะเข้าสู่ช่วงหน้าฝนแน่นอน แต่ก็ได้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
“ไม่อยากให้แตกตื่น คณะอนุกรรมการติดตามสถานการณ์น้ำยืนยันมาแล้วว่า แม้จะปล่อยน้ำวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. ก็ยังประคองให้มีน้ำกินน้ำใช้ได้ไปจนถึงเดือน ส.ค.” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
ส่วนในระยะยาวนั้น พล.อ.ฉัตรชัย บอกว่า รัฐบาลได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งครอบคลุมการจัดการปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม โดยเน้นการเพิ่มแหล่งเก็บน้ำ เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ แก้มลิง ลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนศึกษาการผันน้ำส่วนเกินจากแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวินมาเติมเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำในประเทศ ซึ่งจะมีการจัดสรรงบลงทุนระบบน้ำปีละ 6 หมื่นล้านบาท ในช่วง 10 ปีของแผนยุทธศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของเอกชน เช่น วิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่ง นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง วิบูลย์ ระบุว่า ไทยไม่ได้มีปัญหาปริมาณน้ำใช้ไม่เพียงพอ แต่ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงมาจากปัญหาความขัดแย้งในการบริหารจัดการน้ำระหว่างหน่วยงาน จึงเสนอว่ารัฐบาลควรหยิบยกแนวคิดการจัดตั้งกระทรวงน้ำมาทบทวนอีกครั้ง
“นักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นในนิคมอมตะมากกว่า 60% กังวลและสอบถามเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่จะป้อนเข้าสู่ภาคการผลิต ซึ่งเราได้ให้ความมั่นใจไปว่ามีน้ำเพียงพอ” วิบูลย์ กล่าวทิ้งท้าย
จึงเรียกได้ว่าตอนนี้อยู่ในช่วงวัดดวง ถ้าฝนไม่มาตามนัด ก็ต้องงัดแผนสำรองมาใช้กันอุตลุด







