
กสิกรฯหั่นส่งออกติดลบ1.7%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหวั่นครึ่งปีหลังไม่เข้าเป้า ลงทุนรัฐอืด-ส่งออกติดลบ กรีซ-จีนซ้ำ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหวั่นครึ่งปีหลังไม่เข้าเป้า ลงทุนรัฐอืด-ส่งออกติดลบ กรีซ-จีนซ้ำ
นางพิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังนี้ คงเป็นการฟื้นตัวอย่างช้าๆ คาดว่าทั้งปีจะขยายตัวได้ประมาณ 2.8% โดยเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ โครงการลงทุนภาครัฐที่เกิดขึ้นช้า สถานการณ์ภัยแล้งต่อเนื่อง และมาตรการของประเทศคู่ค้าที่มีผลต่อไทย ซึ่งคาดว่าจะฉุดการส่งออกทั้งปีหดตัวถึง 1.7% จากคาดการณ์เดิมที่ 0% โดยจะฉุดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ให้ลดลง 0.4% ด้วย
ทั้งนี้ คาดว่าการลงทุนของภาคเอกชนจะขยายตัวเพียง 1.7% จากเดิมคาดว่าเติบโต 2% ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยลบในภาคเกษตร ทำให้จีดีพีลดลง 0.2% และการบริโภคของภาคเอกชนที่ยังชะลอตัวมาอยู่ที่ 2.8% จากเดิมคาดว่าเติบโต 4.5% ทำให้จีดีพีลดลง 0.3% รวมถึงปัจจัยที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินของโลก โดยเฉพาะการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ วิกฤตหนี้กรีซ และทิศทางเศรษฐกิจของจีน
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังได้ปัจจัยบวกจากภาคการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าตลอดทั้งปีจะเติบโต 16% จากคาดการณ์เดิม 10% มีนักท่องเที่ยว 28.7 ล้านคน ช่วยเพิ่มจีดีพีได้ 0.5% รวมการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐ ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มจีดีพีได้ 0.4% และเป็นส่วนช่วยพยุงให้จีดีพีเติบโตได้อยู่
“เราคาดว่าแนวโน้มครึ่งปีหลังมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น โดยอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มยานยนต์จะมีการผลิตเพิ่มขึ้น และถ้าฝนเริ่มตกปกติ ผลผลิตการเกษตรน่าจะออกมามากขึ้นในไตรมาส 4 รวมถึงหากมีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนและโครงการลงทุนใหม่ของภาครัฐให้เร็วขึ้น ก็จะยิ่งหนุนความเชื่อมั่น การผลิตและการลงทุนภาคเอกชนตามมา อย่างไรก็ตามในเดือน ก.ย.นี้ จะมีการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้ง จากปัญหากรีซ ยุโรป และจีน” นางพิมลวรรณ กล่าว
สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกนั้น ถือว่าฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์จากปัญหาการส่งออก เศรษฐกิจต่างประเทศ การทรุดตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และมาตรการของประเทศคู่ค้า ซึ่งในไตรมาส 2 ที่ผ่านมายังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน
น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัยกลุ่มงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจภาวะการครองชีพภาคครัวเรือนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่ากำลังซื้อยังอ่อนแอและเปราะบาง ทำให้คาดว่ากำลังซื้อในต่างจังหวัดน่าจะแย่กว่านี้ โดยดัชนีลดลงแตะระดับต่ำสุดรอบ 11 เดือน ที่ 43.8 ในเดือน มิ.ย. ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ลดลงไปที่ 45.2 ต่ำสุดรอบ 13 เดือน
“บรรยากาศการใช้จ่ายของเอกชนยังไม่ดี เนื่องจากการจ้างงานและรายได้ยังไม่ฟื้นตัวกลับเป็นปกติ แต่ภาระหนี้สินยังคงสูง ดังนั้นการบริโภคภาคเอกชนในปีนี้อาจขยายตัวเพียง 1.7% ต่ำลงกว่าที่คาดไว้เดิมที่ 2%” น.ส.กาญจนา กล่าว







