posttoday
ยึดตลาดจีนให้อยู่หมัด ผลิตสินค้าถูกใจผู้บริโภค

ยึดตลาดจีนให้อยู่หมัด ผลิตสินค้าถูกใจผู้บริโภค

10 กรกฎาคม 2558

จีนถือเป็นอีกหนึ่งตลาดส่งออกสำคัญของไทย เพราะมูลค่าการค้าของไทยในปี 2557 “จีน”

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

จีนถือเป็นอีกหนึ่งตลาดส่งออกสำคัญของไทย เพราะมูลค่าการค้าของไทยในปี 2557 “จีน” เป็นตลาดอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวมมากถึง 6.33 หมื่นล้านบาท ทว่าการที่เศรษฐกิจจีนเริ่มส่งสัญญาณแผ่วเบาลง  ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องหากลยุทธ์และปรับตัวในการทำตลาดในจีนมากขึ้น

ความกังวลดังกล่าวสอดคล้องกับ สมภพ มานะรังสรรค์ กรรมการสภาสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ที่มองว่า จากนี้ไปภาคการส่งออกของไทยอาจจะอยู่สภาวะ “จุก” ได้ จากการที่จีนเปลี่ยนตัวเองจากการเป็น“โรงงานหรือตลาดของโลก” ซึ่งเน้นการผลิต มาเน้น “การบริโภคภายในประเทศ” และการส่งเสริมให้นักธุรกิจออกไปลงทุนต่างประเทศแทน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่ส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าที่ต้องนำไปแปรรูปต่อ เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่ต่อไปคงหวังพึ่งตลาดจีนในการส่งออกไม่ได้

ขณะเดียวกัน หากมองในแง่ดีอาจจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าอุปโภคและบริโภค รวมทั้งการร่วมลงทุนกับจีนเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและประตูสู่ภูมิภาคอาเซียนของจีน

“สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัว เน้นผลิตสินค้ากลุ่มที่ชาวจีนต้องการ ตอนนี้สิ่งที่เห็นชัดคือ ผู้บริโภคชาวจีนต้องการสินค้าด้านเฮลท์แคร์และการท่องเที่ยวของไทยมาก” สมภพ ระบุ

สำหรับความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจจีนนั้น สมภพให้ความเห็นว่า ฟองสบู่จีนคงจะแตกแน่นอน แต่คงไม่มีผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะเชื่อว่าเป็นวิกฤตฟองสบู่ที่เกิดเร็วและจบเร็ว ไม่มีการลากยาวต่อเนื่องเหมือนที่เกิดกับหลายๆ ประเทศ แต่หากยืดเยื้อนาน 6-12 เดือน ก็อาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการส่งออกไทย และเศรษฐกิจโลกที่จะเกิดความเสียหายหนัก เพราะไม่เพียงแต่จะเผชิญวิกฤตฟองสบู่แตกของจีน แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัวในหลายตลาด

ด้าน ณัฐรุจา ไชยกองละ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมการค้าต่างประเทศ กล่าวในงานเสวนา “ร้อยแผน แสนกลยุทธ์ส่งออกบุกตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนตอนใต้)” ว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไทยทำการค้ากับจีนทั้งการนำเข้าและส่งออกสูงเป็นอันดับหนึ่งมาตลอด แต่ตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้การส่งออกของไทยไปจีนเริ่มลดลง ดังนั้นจึงต้องเร่งหาวิธีรักษาตลาดจีนไว้

ทั้งนี้ ทางออกหนึ่งของสินค้าไทยที่จะแข่งขันและเข้าไปทำตลาดในจีนได้คือ ต้องปรับตัวไปสู่ระดับพรีเมียมมากขึ้น เพราะเมื่อขยับขึ้นไปได้อีกระดับจะไม่ต้องกังวลว่าต้องแย่งชิงตลาดกับสินค้าจีน

ขณะเดียวกัน ณัฐรุจา ได้แสดงความคิดเห็นกรณีหากเศรษฐกิจจีนมีปัญหาและส่งผลกระทบต่อภาคส่งออก ว่า จีนเป็นตลาดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงกับการส่งออกของไทยไปยังจีน และยังส่งผลโดยอ้อมด้วย เพราะประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีส่วนใหญ่ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปจีนเช่นกัน เมื่อประเทศเหล่านี้ส่งออกได้น้อยลงจะทำให้การส่งออกของไทยไปยังประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีลดตามไปด้วย

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงการใช้สิทธิจากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-จีน ว่า มีสัดส่วนสูงมาก ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.2558) มีสัดส่วนการใช้สิทธิ 84.02% โดยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ใช้สิทธิ 3,862.34 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่สินค้าที่มีการใช้สิทธิสูง เช่น มันสำปะหลัง โพลิเมอร์ของเอทิลีน ยางผสม (คอมพาวนด์) พาราไซลีน และส่วนประกอบเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าให้แสงสว่าง

ขณะที่ ผกายมาศ เวียร์รา กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ไทยอินโดไชน่า เทรดดิ้ง แอนด์ เซอร์วิส (ไทยแลนด์) ได้กล่าวถึงการค้าระหว่างไทยและจีนตอนใต้ ว่า แม้จีนกับไทยจะไม่มีชายแดนติดต่อกัน แต่ก็สามารถทำการค้าผ่านแดนกันได้ ผ่านทางด่านแม่สาย จ.เชียงราย เข้าไปยังเมียนมาและ สปป.ลาว ซึ่งมูลค่าการค้าผ่านแดนบริเวณด่านชายแดนแม่สายปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในอนาคตเมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เปิด ก็จะยิ่งทำให้มูลค่าการค้าผ่านแดนไทยกับจีนเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ด่านห้วยโก๋น จ.น่าน เป็นอีกด่านที่ต้องจับตามอง เพราะเป็นจุดที่สามารถเชื่อมโยงกับจีนได้ง่ายและใกล้ที่สุด โดยผ่านทางเมืองหงสา ของ สปป.ลาว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ