
7 เรื่องต้องเปลี่ยน ก่อนเป็นประชาคมเต็มตัว
ขณะที่อาเซียนจะประกาศใช้วิสัยทัศน์ใหม่ของภูมิภาคในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (อาเซียน ซัมมิท)
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ขณะที่อาเซียนจะประกาศใช้วิสัยทัศน์ใหม่ของภูมิภาคในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (อาเซียน ซัมมิท) ครั้งที่ 27 ในเดือน พ.ย.นี้ ยังคงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องว่าไทยยังมีเรื่องต้องปรับปรุงและปรับเปลี่ยนอีกหลายเรื่อง
ล่าสุด สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้จัดสัมมนาหัวข้อ “ซูมอาเซียนผ่านเลนส์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” เพื่อวิเคราะห์ถึงสิ่งที่ประเทศไทยยังขาดก่อนการเข้าสู่ประชาคมและการประกาศใช้วิสัยทัศน์ใหม่
การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ สถาบัน C ASEAN เล่าว่า จากการสำรวจหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ของอาเซียนในปัจจุบัน พบว่า ข่าวที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนกว่า 90% ปรากฏในหนังสือพิมพ์หน้าใน แทบไม่มีปรากฏบนพื้นที่หน้า 1 กว่า 50% ของข่าวอาเซียน เป็นข่าวเกี่ยวกับผู้นำอาเซียน การไปจับมือกัน การแสดงท่าทีว่าประสบความสำเร็จ แต่ไม่รู้ว่าประสบความสำเร็จด้านใด
นอกจากนี้ มีเพียงไม่ถึง 2% ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหลักๆ ของอาเซียน ทั้งปัญหาความยากจน ปัญหาเด็กและปัญหาการศึกษา อาเซียนในปัจจุบันจึงถูกมองในฐานะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกิจการต่างประเทศ ทั้งที่จริงๆ อาเซียนยังมีมิติมากกว่านั้น
ที่สำคัญ ความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียม ยังเป็นปัญหาสำคัญอีกปัญหาหนึ่ง ในยุคที่ 10 ชาติกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
“ยิ่งเราพัฒนา ยิ่งเรามั่งคั่ง ความเหลื่อมล้ำของเรายิ่งมากขึ้น ไม่เฉพาะความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ แต่ยังรวมถึงความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส เช่น โอกาสในการศึกษา ความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสเป็นสิ่งที่น่ากังวลมากสำหรับอนาคตข้างหน้า”
การดี เล่าอีกว่า การทำสกอร์การ์ดของอาเซียน เพื่อใช้วัดผลการดำเนินงานของประชาคมต่างๆ ยังขาดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ทำให้ผลสำเร็จของสกอร์การ์ดที่ออกมาค่อนข้างสูง เพราะวัดจากเพียงได้ดำเนินการเรื่องใดไปบ้างแล้วเท่านั้น
ด้าน คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ นายกสมาคมอาเซียน-ประเทศไทย บอกว่า สิ่งหนึ่งที่คนไทยต้องรีบทำ คือ การศึกษาเรื่องของเพื่อนบ้าน ไทยอยู่กับอาเซียนมากว่า 40 ปี แต่เพิ่งมาเริ่มรู้เรื่องอาเซียนเมื่อราว 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนไทยเสียโอกาสการเห็นประโยชน์ของอาเซียนมาอย่างยาวนานขณะนี้ยังไม่สายเกินไปที่จะปรับให้มีความรู้เรื่องเพื่อนบ้านมากขึ้น รวมถึงต้องลดอคติ เข้าใจความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรม และเข้าใจความแตกต่าง เพื่อสร้างพลังให้กับเรา
“แม้กระทั่งแจกันที่ปักบนโต๊ะก็มีดอกไม้หลายสี และเพราะมีหลายสี จึงทำให้เราเห็นความสวยงาม การที่เรามีเพื่อนบ้าน มีความหลากหลาย เราก็ต้องมองให้เห็นความสวยงามเช่นกัน ถ้ามีแต่อคติ จะไม่เห็นประโยชน์หรือความสวยงามที่วางอยู่ตรงหน้า”
ในแง่ความพร้อม โดยเฉพาะความพร้อมของทรัพยากรบุคคลในประเทศ ถือเป็นประเด็นสำคัญมาก เช่น ทักษะด้านภาษา เป็นด้านที่คนไทยประสบปัญหาอย่างมาก ก่อนหน้านี้ เคยมีหลายบริษัทมาเล่าให้ฟังว่า ต้องการหาบุคลากรชาวไทยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ไปทำงานในอาเซียน แต่ไม่มีผู้มีความสามารถระดับซีอีโอคนไหนที่สามารถพูดภาษาเวียดนาม ภาษาอินโดนีเซีย หรือภาษาที่เขาต้องการได้เลย
ขณะเดียวกัน ต้องพัฒนาเอสเอ็มอีให้มีความพร้อม ใช้ทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาครัฐต้องมองตั้งแต่หนึ่งใหม่ในการจัดหลักสูตรคอร์สอบรม การเตรียมความพร้อมให้ทรัพยากรบุคคล ไม่ใช่แค่การติดธงอาเซียนประดับตามสถานที่ต่างๆ
ที่สำคัญ การจะจัดทำแผนงานการดำเนินการ หรือบลูพรินต์ ของประชาคมอาเซียนเสาต่างๆ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ต้องมีวิธีการดำเนินการที่ชัดเจนสำหรับแต่ละเรื่องด้วย
ด้าน ศรีศักดิ์ ไทยอารี ผู้อำนวยการสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน บอกว่า ไทยต้องมีมุ้งลวดคัดกรองเฉพาะสิ่งที่ดีเข้ามา มีศักยภาพในการควบคุมโรคติดต่อ ขจัดความยากจน ขจัดภัยพิบัติ ดูแลเรื่องการคุ้มครองและสวัสดิการสังคมให้มีประสิทธิภาพ
วิมลรัตน์ รัชชุกูล ผู้อำนวยการกองอาเซียน สำนักงานปลัดกระทรวง พม. บอกว่า เดิมสกอร์การ์ดของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี) มีการประเมิน 339 มาตรการ ไทยเหลือเพียง 1 มาตรการเท่านั้นที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ คือ การส่งเสริมเยาวชน ซึ่งจะต้องดำเนินการในช่วง 6 เดือนที่เหลือนี้
ทั้งนี้ นอกจากเรื่องการส่งเสริมเยาวชนที่จะต้องทำแล้ว ในฐานะที่กระทรวง พม.เป็นหน่วยงานประสานด้านเอเอสซีซีของไทย จะเร่งเรื่องการพัฒนาทักษะภาษา สนับสนุนเรื่องการพัฒนาสวัสดิการสังคม หาแนวทางให้เกิดสวัสดิการระยะยาว ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ เช่น การสงเคราะห์เด็ก การจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
สำหรับร่างวิสัยทัศน์เอเอสซีซี 2568 (ASCC Vision 2025) จะแบ่งมาตรการออกเป็น 5 หมวดหลัก ได้แก่ 1.หมวดที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ 2.การมีส่วนร่วมและครอบคลุม 3.ความยั่งยืน 4.การสร้างประชากรให้มีภูมิคุ้มกันและ 5.การมีพลวัตที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนวัตกรรม จากเดิมที่แผนงานการดำเนินการจัดตั้งเอเอสซีซี (ASCC Blueprint) ที่มี 6 หมวดหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนามนุษย์ 2.การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม 3.การส่งเสริมความยุติธรรมและสิทธิ 4.การส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม 5.การสร้าง
อัตลักษณ์อาเซียน และ 6.การลดช่องว่างการพัฒนา







