posttoday
โยนรัฐตัดสินใจลดการระบายน้ำ

โยนรัฐตัดสินใจลดการระบายน้ำ

09 กรกฎาคม 2558

แล้งจริงมาแล้ว เกษตรฯ โยนรัฐตัดสินใจ ลดการระบายน้ำพื้นที่ปลุกข้าวเสี่ยงเสียหายเพิ่ม

แล้งจริงมาแล้ว เกษตรฯ โยนรัฐตัดสินใจ ลดการระบายน้ำพื้นที่ปลุกข้าวเสี่ยงเสียหายเพิ่ม

นายชวลิต  ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมชลประทานได้ขอเวลาทำข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และประมวลสถานการณ์น้ำอีก1-2 วัน เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาตัดสินใจ ซึ่งจะต้องลดการระบายน้ำหรือไม่ เท่าไหร่อย่างไร และเมื่อไหร่
ให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญพิจารณาและเสนอทางเลือกให้ฝ่ายนโยบายตัดสินใจซึ่งหากลดการระบายลงก็จะส่งผลให้พื้นที่ประสบภัยแล้งเพิ่มขึ้นและพื้นที่นาข้าวที่ปลูกแล้ว 3.4 ล้านไร่ เสี่ยงเสียหายเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ได้วิดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ให้เกษตรจังหวัดลงพื้นที่ติดตามความแห้งแล้งของเกษตรกรทุกจังหวัดเพราะคาดว่าสถานการณ์จะลุกลามไปทั่วประเทศ

“รัฐบาลรับทราบความเดือดร้อนของเกษตรกร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จ
ทั้งนี้มีโครงการที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการเดิมคือ โครงการจ้างเกษตรกรเป็นแรงงานในตำบลๆละ  1 ล้านบาทอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงมหาดไทยในฐานะเจ้าภาพซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนมีสาระสำคัญคือการจ้างแรงานภาคเกษตรเป็นแรงงาน โดยเป็นโครงการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ  7 พันตำบล ซึ่งเป็นคนละโครงการกับโครงการตำบลละ  1ล้านที่ผ่านมาที่เข้ากระตุ้นเศรษฐกิจ และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ”นายชวลิตกล่าว

ทั้งนี้มาตรการที่กระทรวงเกษตรฯเสนอประกอบด้วย 1.โครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรครัวเรือนละ  1 แสนบาทพืชไร่  2. การปรับระบบการผลิตการเกษตรที่จะช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตเช่นเมล็ดถั่ว ในขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะร่วมกับภาคเอกชนจัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดและเชื่อมโยงเอกชนที่จะมารับซื้อ

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่ายังไม่สรุปว่าจะลดการระบายน้ำหรือไม่แต่เนื่องจากฝนไม่ตกตามที่คาดการณ์ทำให้ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำน้อยมาก ขณะนี้กรมขอเวลาทำรายละเอียดเพื่อเสนอฝ่ายนโยบายเพื่อตัดสินใจ

เมื่อถามว่าหากลดการระบายน้ำพื้นที่นาจะเสี่ยงเสียหายเพิ่มจาก  8 แสนเป็น  2 ล้านไร่ ควรมีการประกาศงดส่งน้ำเพื่อการเกษตรเลยหรือไม่อธิบดีกรมชลฯกล่าวว่า ตนเองไม่มีอำนาจตัดสินใจ

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าในการประชุม คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ซึ่งมี 10 หน่วยงาน เช่น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและกรมทรัพยากรน้ำร่วมกันหารือเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ภัยแล้งในลุ่มเจ้าพระยาโดยวันนี้ที่ประชุมมีมติให้ยังคงระบายน้ำออกจาก4เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาตามแผนเดิมคือ วันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตรเช่นเดิมทั้งนี้ยืนยันว่ากรมชลประทานยังสามารถบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่เพื่ออุปโภคบริโภค และควบคุมคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำแม้มีปัญหาค่าความเค็มเกินเกณฑ์เฝ้าระวัง 0.25 กรัมเกลือต่อลิตรในบางช่วงแต่การประปานครหลวงสามารถสูบไปผลิตน้ำประปาได้

นายสุเทพ กล่าวอนุกรรมการฯ ได้จัดทำแบบจำลองสถานการณ์น้ำไว้ 3 แผนเตรียมเสนอนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์รวมทั้งพล.อ.ฉัตรชัย สาลิกัลยะ รมว.พาณิชย์และประธานนโยบายบริหารน้ำรับทราบด้วยก่อนเข้าครม.เพื่อพิจารณาคือแผนระบายน้ำในอัตราเท่าเดิม วันละ 28 ล้านลบ.ม.   แผนระบายน้ำลดลงและแผนลดการระบายน้ำสลับกับคงที่เพื่อรองรับสถานการณ์หากปริมาณน้ำฝนไม่เป็นไปตามคาดหมาย

ทั้งนี้การจะตัดสินใจปรับเปลี่ยนการระบายต้องขึ้นกับปริมาณฝนในพื้นที่และน้ำไหลเข้าเขื่อนต้องสมดุลกัน กรมอุตุนิยมวิทยายังคาดการณ์ว่าตั้งแต่วันที่ 20-23 ก.ค.จะมีฝนตกเพิ่มขึ้น เพราะมีร่องความกดอากาศต่ำทำให้สถานการณ์ภัยแล้ง โดยในช่วงนี้มีสัญณาญที่ดีขึ้นจากฝนตกกระจายทุกภาค โดยเฉพาะที่ จ.น่าน จ.เชียงใหม่ซึ่งเป็นต้นน้ำเขื่อนภูิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ยืนยันว่าสภาพปริมาณฝนตกสะสมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมีกว่า100 มิลลิเมตร และเริ่มมีฝนตกชุกเต็มที่ในวันที่ 3 ส.ค.จนถึงกลางเดือนต.ค.คาดการณ์ว่าวันที่ 10ก.ค.มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในภาคเหนือจากร่องกดอากาศต่ำอาจยังไม่สม่ำเสมอแต่ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยฝนปกติและจะมีปริมาณฝนตกต่อเนื่องจริงๆในเดือนส.ค.ถึงกลางเดือนต.ค. ซึ่งเป็นข่าวดีของผู้ที่รอน้ำฝน เช่นการประปานครหลวง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้เตรียมเก็บสำรองไว้ในปี59ด้วย โดยขณะนี้ปริมาณน้ำใช้การทั้ง 4 เขื่อนใหญ่ ยังมีเพียง 632 ล้านลบ.ม.

“ในส่วน 3 โมเดลเป็นแผนสำรองซึ่งรับประกันว่ามีน้ำกินน้ำใช้แน่นอนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า และคุมน้ำเค็มได้แต่หากคงการระบายน้ำ 28 ล้านลบ.ม.ต่อวันจะเหลือน้ำใช้การได้อีก 23 วันซึ่งต้องเตรียมแผนสำรองไว้ด้วยเพราะการคาดการณ์ปริมาณฝนอาจไม่ถูกต้องเสมอไปแต่ได้คิดกรณีเลวร้ายสุดไว้แล้วโดยนำปี2530และปี2541 แล้งสุดมาเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำประเมินว่าวันที่ 1พ.ย.ปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่มีอย่างน้อย 3,500 พันล้านลบ.ม.และปริมาณฝนปีนี้มาช้าแต่หมดไวช่วงกลางเตือนต.ค.ฤดูฝนจะหมด”นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพกล่าวว่า ยืนยันว่าปริมาณน้ำในทุกสถานการณ์มีความมั่นคง โดยกรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จะดูแลน้ำอุปโภคบริโภคอย่างพอเพียง ของคนกรุงเทพและปริมณทล รวมถึงพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จ. จนถึงฤดูฝนปีหน้า

อย่างไรก็ตามในส่วนกรณีถนนทรุดในหลายพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานไปสำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่าเนื่องจากโครงสร้างของดินและขั้นตอนการทำถนน แต่การที่น้ำในดินลดลงก็มีส่วนทำให้พื้นถนนทรุดตัวเร็วขึ้นส่วนถนนริมคลอง เป็นไปตามสภาพคือหากน้ำในคลองลดลงมาก ก็จะมีผลต่อคันคลองและถนน มีส่วนทำให้ถนนยุบตัว แต่ต้องขึ้นกับน้ำหนักของรถที่วิ่งบนถนนด้วยอีกทั้งยังต้องดูว่าวิศวกรที่สร้างถนนให้ความสำคัญกับปริมาณน้ำ

ทั้งนี้ในวันเดียวกันสภาเกษตรกรแห่งชาตินำเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำบางปะกงเข้าฟังข้อมูลสถานการณ์น้ำพร้อมกับนำกระเช้าดอกไม้มามอบให้กำลังใจด้วยเพื่อให้กรมชลประทานบริหารน้ำผ่านพ้นวิกฤต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ