posttoday
กรีซ กับหนี้ครัวเรือนไทย

กรีซ กับหนี้ครัวเรือนไทย

09 กรกฎาคม 2558

วันนี้ผลกระทบจากการโหวตของชาวกรีซไม่ว่าเสียงส่วนใหญ่จะ “Yes” หรือ “No” ก็คงเห็นเค้าลางกันเรียบร้อยแล้วว่าเศรษฐกิจของกรีซจะเป็นอย่างไรต่อไป (ขณะที่เขียนต้นฉบับ ยังไม่ถึงวันที่ชาวกรีซจะแสดงประชามติ) กรีซเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่เป็นหนี้มากเกินไปจนทำให้ตนเองขาดอิสรภาพในการดำเนินชีวิต ถ้าชาวกรีซเลือกรับเงื่อนไขเจ้าหนี้ ก็คงต้องดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของเจ้าหนี้ ต่อไปไม่ว่าจะเป็นการลดเงินเดือน ลดสวัสดิการ เพิ่มภาษี หรือกระทั่งขายทรัพย์สินของชาติ ฯลฯ

วันนี้ผลกระทบจากการโหวตของชาวกรีซไม่ว่าเสียงส่วนใหญ่จะ “Yes” หรือ “No” ก็คงเห็นเค้าลางกันเรียบร้อยแล้วว่าเศรษฐกิจของกรีซจะเป็นอย่างไรต่อไป (ขณะที่เขียนต้นฉบับ ยังไม่ถึงวันที่ชาวกรีซจะแสดงประชามติ) กรีซเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่เป็นหนี้มากเกินไปจนทำให้ตนเองขาดอิสรภาพในการดำเนินชีวิต ถ้าชาวกรีซเลือกรับเงื่อนไขเจ้าหนี้ ก็คงต้องดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของเจ้าหนี้ ต่อไปไม่ว่าจะเป็นการลดเงินเดือน ลดสวัสดิการ เพิ่มภาษี หรือกระทั่งขายทรัพย์สินของชาติ ฯลฯ

เงื่อนไขเหล่านี้ล้วนสร้างความเจ็บปวดยากลำบากให้กับชาวกรีซ หรือหากกรีซเลือกเบี้ยวหนี้ ก็คงไม่มีใครกล้าทำธุรกิจกับกรีซ ยกเว้นการท่องเที่ยว คงมีคนอยากไปเที่ยวกรีซมากขึ้น เพราะของถูก แต่ไม่รู้จะมีปัญหาความรุนแรงทางการเมืองเปล่า (ถ้ามีก็เสียดาย) ธุรกิจต่างๆ ของกรีซคงมีปัญหามากขึ้น เพราะคนที่ทำธุรกิจกับกรีซก็คงกลัวความเสี่ยงที่จะไม่ได้เงิน ค่าเงินกรีซคงอ่อนลงมาก เพราะคงไม่มีใครอยากได้เท่าไหร่ ปัญหาเศรษฐกิจของกรีซคงแย่อีกนานไม่ว่าเลือกทางไหน

แต่เมื่อดูปัญหาหนี้กรีซแล้ว ก็ต้องย้อนกลับมาดูตัวเอง ปัญหาหนี้ของไทยไม่เลวร้ายเท่ากรีซ แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ฟิทช์ เรตติ้งส์ ได้ออกมาพูดถึงหนี้ภาคครัวเรือนของไทยว่า อัตราส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของทั้งไทยเมื่อสิ้นปี 2557 อยู่ในระดับสูงมากที่ร้อยละ 86 และปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยส่วนใหญ่จะอยู่กับคนที่มีรายได้ปานกลางถึงล่าง โดยข้อมูลจาก : บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) คนที่มีภาระหนี้สูงส่วนใหญ่คือคนที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท/เดือน และคนที่มีรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท/เดือน มีภาระหนี้สูงถึง 61% ของรายได้ แล้วคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็คือชาวเกษตรกรที่กำลังเจอภาวะภัยแล้งเข้าไปอีก รายได้ก็คงหดหายลงไปอีก ปัญหาหนี้ก็คงรุนแรงมากขึ้น

เมื่อเห็นแนวโน้มของปัญหาหนี้แล้ว หากจะแก้ปัญหา ก็คงต้องมาวิเคราะห์กันถึงสาเหตุของการเป็นหนี้ของแต่ละคนว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และไปแก้ที่สาเหตุนั้น และรีบสร้างวินัยทางการเงินของตนเองให้มากขึ้น อย่ารอให้เหมือนกรีซให้เจ้าหนี้มากำหนดชีวิตเรา เพราะถึงตอนนั้นเราอาจไม่เพียงต้องทนทุกข์กับเงื่อนไขเจ้าหนี้ แต่อาจต้องสูญเสียทรัพย์สินที่มีค่า โอกาสที่สำคัญ หรืออนาคตของคนที่รักก็เป็นได้

ดังนั้น หากจะเริ่มก่อหนี้ ขอให้ดูให้ดีก่อนจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเป็นหนี้ แม้ต่อให้ผ่อน 0% ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ ก็อย่าไปซื้อ ไม่มีอะไรฟรีหรอกครับ ที่เขาให้เราผ่อน 0% ก็เพื่อกระตุ้นให้เราขาดสติในการซื้อของ และทำให้เรากลายเป็นคนที่ชอบใช้เงินในอนาคตและเป็นหนี้ในที่สุด และถ้าหากเป็นหนี้แล้ว ก็ใช้คืนให้ตรงเวลา หรือใช้เกินก็ได้ หนี้จะได้หมดเร็ว แถมประหยัดดอกเบี้ยอีกต่างหาก

อ้อ แล้วอีกอย่าง พ.ร.บ.การทวงหนี้ที่เพิ่งประกาศในราชกิจจาฯ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แม้จะคุ้มครองลูกหนี้เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกหนี้จะเบี้ยวหนี้ได้นะครับ หนี้เราเราเป็นคนก่อ เราก็ควรต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำ

ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจขอเชิญไปกด Like ได้ที่ Page ใน Facebook ชื่อ Sathit Bovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ