posttoday
การเจรจาครั้งสุดท้าย ระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้

การเจรจาครั้งสุดท้าย ระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้

09 กรกฎาคม 2558

โดย...Soltus es! Unum hore

โดย...Soltus es! Unum hore

การเจรจาระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 5 เดือน ได้ทำให้กรีซผิดนัดชำระหนี้จำนวน 1,500 ล้านยูโร ต่อ IMF ในวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่โปรแกรมความช่วยเหลือจากกลุ่มเจ้าหนี้หมดอายุลง ในขณะที่การเจรจายังไม่มีความคืบหน้า กำหนดเส้นตายการชำระหนี้ก้อนต่อไปของกรีซก็เริ่มใกล้เข้ามา โดยกรีซมีกำหนดจ่ายหนี้คืนให้ ECB จำนวน 3,500 ล้านยูโร ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ ซึ่งหากกรีซไม่สามารถเจรจาหาข้อสรุปกับเจ้าหนี้เพื่อให้ได้รับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ก่อนกำหนด กรีซก็เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ซ้ำอีกครั้ง

หลังเจรจากับเจ้าหนี้หลายรอบจบลงด้วยความล้มเหลว รัฐบาลกรีซจึงประกาศทำประชามติเพื่อถามความเห็นของประชาชนว่าจะยอมรับเงื่อนไขของการให้เงินช่วยเหลือตามข้อเสนอเจ้าหนี้หรือไม่ โดย 61% ของผู้ลงคะแนน โหวต
“ไม่เห็นด้วย” กับข้อเสนอของเจ้าหนี้ และทำให้สถานการณ์ระหว่างกรีซและเจ้าหนี้เข้าสู่ภาวะการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรง

ท่ามกลางความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ECB ก็ได้ปฏิเสธการเพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับสถาบันการเงิน (ELA) ซึ่งทำให้กรีซต้องประกาศ Capital control เพื่อควบคุมปริมาณเงินไหลออก และป้องกันปัญหาธนาคารขาดสภาพคล่อง (Bank run) โดยกรีซเริ่มทำCapital control ในวันที่ 29 มิ.ย. ด้วยการประกาศให้ธนาคารพาณิชย์ปิดทำการจนมาถึงปัจจุบัน และจำกัดปริมาณการถอนเงินของประชาชน โดยให้ถอนผ่านตู้ ATM ได้ไม่เกิน 60 ยูโร/บัตร/วัน

ธนาคารพาณิชย์กรีซประสบปัญหาเงินทุนไหลออกมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากการแห่ถอนเงินของประชาชนซึ่งกังวลต่อเสถียรภาพของธนาคารและความเสี่ยงที่กรีซจะกลับไปใช้เงินสกุล Drachma ซึ่งจะด้อยค่าลงจากยูโร ธนาคารพาณิชย์ในกรีซจึงจำเป็นต้องใช้วงเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับสถาบันการเงิน (ELA) (ปัจจุบันวงเงิน 8.9 หมื่นล้านยูโร) จาก ECB เพื่อเสริมสภาพคล่อง ดังนั้นการที่ ECB ปฏิเสธการเพิ่มวงเงินกู้ ELA ตามการร้องขอของกรีซ จึงกดดันให้กรีซจำเป็นต้องประกาศ Capital control เพื่อควบคุมปริมาณเงินไหลออกจากธนาคาร และป้องกันธนาคารพาณิชย์จากการล้มละลายเนื่องจากไม่มีเงินสดเพียงพอต่อความต้องการในการถอนเงิน

แม้กรีซจะมีการประกาศ Capital Control เพื่อจำกัดปริมาณเงินไหลออกจากธนาคารพาณิชย์มาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่หาก ECB ไม่เพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉิน ELA เพื่อเสริมสภาพคล่อง ธนาคารพาณิชย์กรีซก็จะประสบปัญหาการขาดแคลนสภาพคล่องภายในอีกไม่กี่วันนี้ โดยปริมาณเงินสดอาจมีไม่เพียงพอสำหรับการถอนเงินจาก ATM และกรีซอาจมีปัญหาในการชำระเงินในการนำเข้าสินค้า ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการจลาจลและความไม่สงบในประเทศ ซึ่งจะส่งผลสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลกรีซเองด้วย

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจและชีวิตของประชาชนจากการทำ Capital Control จะกดดันให้รัฐบาลกรีซจำต้องยอมลดข้อเรียกร้อง และตกลงยอมรับเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือของเจ้าหนี้ได้ในที่สุด

อย่างไรก็ดี หากรัฐบาลกรีซยังคงท่าทีแข็งกร้าวและไม่ยอมประนีประนอมตามเงื่อนไขของเจ้าหนี้ โอกาสที่กรีซจะต้องออกจากกลุ่มยูโรก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นักวิเคราะห์บางสำนักมองว่าโอกาสที่กรีซจะออกจากยูโรนั้นมีมากถึง 70% ซึ่งในกรณีนี้ผลกระทบต่อภาคการเงินของยุโรป และเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกก็ยังน่าจะมีเพียงจำกัด เนื่องจากหนี้ของรัฐบาลกรีซนับเป็นสัดส่วนที่เล็กมากเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจยุโรป โดยหนี้ภาครัฐของกรีซทั้งหมดซึ่งในปัจจุบันมีจำนวน 3.25 แสนล้านยูโร เทียบได้เป็นสัดส่วนเพียงไม่ถึง 1% ของสินทรัพย์ในภาคธนาคารของยุโรปที่ 33 ล้านล้านยูโร และยิ่งไปกว่านั้น ราว 80% ของยอดหนี้ดังกล่าวยังอยู่ในมือของเจ้าหนี้ที่เป็นองค์กรภาครัฐ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กองทุนเพื่อเสถียรภาพของภาคการเงินในยุโรป (EFSF) และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และมีเพียง 23% หรือ 7.4 หมื่นล้านยูโรเท่านั้น ที่อยู่ในมือของเจ้าหนี้ภาคเอกชน ซึ่งนับเป็นเพียง 0.2% ของขนาดสินทรัพย์ในภาคธนาคารของยุโรป

เรามองว่าประเด็นของกรีซนั้นเป็นเพียงความเสี่ยงระยะสั้น และผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเชิงมหภาคนั้นน่าจะมีเพียงจำกัด ซึ่งหากดูจากความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ต่างๆ ที่นอกเหนือจากตลาดหุ้น เช่น ตลาดตราสารหนี้และอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา ก็จะเห็นได้ว่าตลาดไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นความเสี่ยงในกรีซมากนัก ยกตัวอย่างเช่น ราคาทองคำซึ่งปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย. และ Yield ของพันธบัตรของประเทศกลุ่มยุโรปที่เคยมีปัญหา เช่น อิตาลี และสเปน ก็ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงในการลุกลามของปัญหาไปสู่เศรษฐกิจอื่นๆ ในยุโรป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ