
จีนดิ่งไม่ลามหุ้นไทย
SCBS ชี้ผันผวนเลี่ยงอิงเมืองนอก ยันเป้าสิ้นปี 1,800 จุดต่างชาติกลับ&O5532; บล.ไทยพาณิชย์ ชี้หุ้นจีนลงเหวไม่หนาวถึงไทย ไตรมาส 3 ผันผวนลุ้น 1,600 จุด
SCBS ชี้ผันผวนเลี่ยงอิงเมืองนอก ยันเป้าสิ้นปี 1,800 จุดต่างชาติกลับ&O5532; บล.ไทยพาณิชย์ ชี้หุ้นจีนลงเหวไม่หนาวถึงไทย ไตรมาส 3 ผันผวนลุ้น 1,600 จุด
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ (SCBS) แถลงแนวโน้มหุ้นไตรมาส 3 ในวันเดียวกับที่ตลาดหุ้นจีนดิ่งลงอย่างรุนแรงสร้างความปั่นป่วนไปทั่วตลาดหุ้นเอเชียว่า ตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวลงแรงถือเป็นปกติที่ต้องปรับฐาน เพราะก่อนหน้านี้ผู้ลงทุนรายบุคคลซื้อหุ้นเก็งกำไรมากจนเศรษฐกิจที่แท้จริงตามไม่ทัน แม้ว่าจีนจะลดดอกเบี้ยนโยบายไป 2 ครั้ง ตลาดก็ยังไม่ได้ตอบสนอง จึงเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวไปอีกสักพัก และส่งผลกระทบการส่งออกทั้งภูมิภาคไม่ใช่ไทยอย่างเดียว ซึ่งบางประเทศตัวเลขส่งออกติดลบมากกว่าไทยด้วยซ้ำ
“หุ้นจีนน่าจะปรับฐานอีกสักพัก เพราะทางการต้องการห้ามความร้อนแรง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นน่าจะเป็นเพียงลมร้อนวูบและส่งผลจิตวิทยาต่อหุ้นสักพัก แต่ไม่น่าจะลากยาวจนเศรษฐกิจจีนถึงเข้าขั้นวิกฤตหรือพังได้ เพราะสถานะแบงก์จีนยังแข็งแกร่งและส่วนใหญ่เป็นของรัฐบาล” นายอิสระ กล่าว
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 หุุ้นไทยจะผันผวนตามปัจจัยจากต่างประเทศทั้งจีน การรอส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. ปัญหากรีซก็จะจบไม่ช้านี้ โดยให้แนวรับที่ 1,460 จุด และแนวต้าน 1,600 จุด โดยดัชนีสิ้นปีมองเป้าหมายเดิมที่ 1,800 จุด สำหรับคำแนะนำในการเลือกหุ้นให้หลีกเลี่ยงเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างประเทศ และเน้นหุ้นเกี่ยวข้องในประเทศเป็นหลัก 3 กลุ่ม รวมถึงหุ้นที่ลงเกินมูลค่าเกินไป และจ่ายเงินปันผลสูง
ขณะที่แนวโน้มหุ้นไตรมาส 4 เงินต่างประเทศจะกลับมาจากมาตรการคิวอี ซึ่งต่างชาติได้ขายหุ้นไทยไปมากแล้ว และภาครัฐมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชัดเจน และผลประกอบการไตรมาส 4 จะเติบโตสูงมาก เพราะฐานปีก่อนต่ำมากจากระดับราคาน้ำมันที่ลดลง
นายพรเทพ ชูพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินเหรียญสหรัฐจะมีการแข็งค่าในระยะยาว จึงไม่ส่งผลดีต่อกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ทองคำ หรือยาง แต่อาจจะดีบ้างต่อกลุ่มซอฟต์คอมมูนิตี้ สินค้าเกษตรบางชนิด เพราะมีปัญหาเอลนินโญ ทำให้ผลผลิตออกมาน้อยจึงทำให้ราคาออกมาดี
ด้านหุ้นธนาคารพาณิชย์ของไทยที่ปรับลงมาถึงปัจจุบันถือว่าได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลขึ้นไปหมดแล้ว และการที่ เจ.พี.มอร์แกน ปรับลดมุมมองก็ถือว่าออกมาช้าไป เพราะราคาหุ้นแบงก์ได้สะท้อนไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาหุ้นแบงก์มีการเคลื่อนไหว สัมพันธ์ไปกับหุ้นไทยมาโดยตลอด คือถ้าหุ้นไทยขึ้นกลุ่มแบงก์ก็ขึ้น แต่จากสถิติที่ผ่านมา ถ้าหุ้นกลุ่มแบงก์ลงจะมีการปรับลงแรงน้อยกว่าดัชนีหุ้นไทย แต่ถ้าช่วงขาฟื้นตัวหุ้นกลุ่มแบงก์จะมีการฟื้นตัวที่แรงกว่าหุ้นไทย ซึ่งไตรมาส 4 ที่หุ้นไทยมีแนวโน้มขึ้น ต่างชาติก็น่าจะเข้ามาหุ้นกลุ่มแบงก์ก่อน
นายวัชระ แก้วสว่าง หรือ “เสี่ยป๋อง” นักลงทุนรายใหญ่ กล่าวว่า กังวลตลาดหุ้นจีนส่งผลกระทบหุ้นไทย แต่ก็เริ่มเข้าเก็บหุ้นตามคำแนะนำหมอดูไพศาล และบ่ายวันที่ 9 ก.ค.จะเข้าไปซื้อเพิ่ม เพื่อไปขายในวันที่ 20 ก.ค. ตามคำแนะนำ แต่ถ้าวันที่ 9 ก.ค. หุ้นตกหนักก็ต้องตัดขายขาดทุน เพราะหมอดูผิด
“ตอนนี้เล่นหุ้นไม่รู้จะพึ่งใคร กราฟเทคนิคก็เสีย เลยต้องพึ่งหมอดู” เสี่ยป๋อง กล่าว
ทั้งนี้ วันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นปรับตัวลง 13.52 หรือ 0.91% ปิดที่ 1,470.25 จุด แม้ว่านักลงทุนต่างชาติขายหนักถึง 2,323 ล้านบาท แต่มีแรงรับจากรายย่อยกว่า 3,501 ล้านบาท ทำให้ตลาดไทยปรับตัวลงน้อยกว่าตลาดเอเชียหลายแห่ง เช่น จีนรูดลง 5.9% ดัชนีนิกเกอิดิ่งลง 3.14% ดัชนีฮั่งเส็งร่วง 5.84%







