posttoday
ขายตรงมุ่งดิจิทัลขับเคลื่อนธุรกิจ

ขายตรงมุ่งดิจิทัลขับเคลื่อนธุรกิจ

09 กรกฎาคม 2558

การแข่งขันในธุรกิจขายตรงนับจากนี้บรรดาผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้นทุกขณะ

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

การแข่งขันในธุรกิจขายตรงนับจากนี้บรรดาผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้นทุกขณะ เพื่อให้ทราบข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและจัดการปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ดนัย ดีโรจนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) ผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอางระบบขายตรงมิสทิน กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้จำหน่ายอิสระหรือสาวมิสทินในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไป หลังจากเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน

เห็นได้จากปัจจุบันสาวมิสทินใช้โทรศัพท์ประเภทสมาร์ทโฟนมากถึง 38% หรือกว่า 4 แสนคน และ 27% ใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ในการติดต่อสื่อสาร จากสมาชิกรวมกว่า 1 ล้านคน ปัจจุบันฐานสมาชิกมีอายุ 34-39 ปี เกือบ 100% และอีก 5 ปี สมาชิกเหล่านี้จะมีอายุ 40 ปีขึ้นไป จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มปรับโมเดลธุรกิจมาเน้นดิจิทัลมากขึ้น เพื่อที่จะได้กลุ่มคนรุ่นใหม่มาเป็นสมาชิกมากขึ้นตามไปด้วย

“เริ่มเห็นแล้วว่าการใช้กระดาษที่มาทำโบรชัวร์นั้นมีบทบาทลดลง เห็นได้จากการใช้โบรชัวร์แต่ละเล่มกว่าจะขายให้แต่ละรายต้องใช้เวลารอ แต่การใช้สื่อดิจิทัลจะทำให้ลูกค้าสามารถดูแค็ตตาล็อกสินค้าได้ทันทีพร้อมๆ กัน หากลูกค้าต้องการดูสินค้าพร้อมกัน ไม่ต้องพกแค็ตตาล็อกกระดาษหลายๆ เล่ม สามารถดูได้ทันทีจากโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต ขณะเดียวกันยังมีลูกเล่นด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกที่ทำให้การใช้งานมีความน่าสนใจมากขึ้น” ดนัย กล่าว

นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีไอทีมาใช้มากขึ้นนั้น จะทำให้เกิดการรีวิวสินค้าได้ง่าย มีบล็อกเกอร์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการเขียนถึงสรรพคุณของสินค้า คนทั่วไปจะรู้จักสินค้าในวงกว้างเป็นทั้งช่องทางการสื่อสารและยังสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางดิจิทัลหรือออนไลน์ถือว่ายังมีปริมาณน้อยเพียง 1% หรือมียอดขายเพียง 100 ล้านบาท จากยอดขายปีนี้ 1.4 หมื่นล้านบาท แต่คาดว่าใน5 ปีข้างหน้า ยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัลจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ขณะที่ในช่วงกลางปี 2559 จะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 1.2-1.3 ล้านคน

ก่อนหน้านี้ ไมเคิล เคเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการแอมเวย์ กล่าวว่า บริษัทในฐานธุรกิจเครือข่ายอันดับหนึ่งของโลกมีสาขามากกว่า 100 ประเทศ มียอดขาย 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ได้มองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวหรือ 1 ทศวรรษข้างหน้า จึงได้พัฒนากลยุทธ์แอมเวย์เน็กซ์ มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและสร้างประสบการณ์ตรงที่ดีและประทับใจกับแบรนด์สินค้า

“เราได้พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและการมีส่วนร่วม จึงทำให้นักธุรกิจอิสระได้ทราบข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น โปรแกรมมายบิซ ที่เปิดตัวเมื่อเดือน ต.ค. 2557 เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับยอดขายและการทำธุรกิจในองค์กรของนักขายอิสระแต่ละราย รวมไปถึงการทำธุรกิจแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เป็นต้น”  เคเซอร์ กล่าว

ด้าน บริษัท ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค ได้จับมือกับลาซาด้า นำสินค้ามาจำหน่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ให้ส่วนลดสูง 25% เพื่อให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่าย โดยได้ทดลองใช้มานานกว่า 3 เดือน  ปัจจุบันได้การตอบรับที่ดี ขณะที่ บริษัท นู สกิน ประเทศไทย ก็ได้เพิ่มช่องทางการขายออนไลน์โดยสมาชิกสามารถโทรสั่งซื้อผ่านคอลเซ็นเตอร์และสามารถรับสินค้าได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่นสามารถใกล้บ้าน

พงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้เกิดขึ้นในปลายปีนี้ เพื่อใช้เป็นช่องทางการสั่งซื้อสินค้า จากปัจจุบันการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์นั้นจะใช้โซเชียล มีเดีย เช่น ไลน์และเฟซบุ๊ก

นี่คือตัวอย่างการปรับตัวเพื่อรับมือการแข่งในยุคดิจิทัล

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ