
แฉพรบ.ปิโตรเลียมรูโหว่เพียบ
ถล่มร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม เปิดอ้าซ่า ให้เสนอรูปแบบ-ผลประโยชน์ได้เต็มที่ หวั่นรัฐเสียเหลี่ยม
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
อดีต รมว.คลัง เปิดเผยว่า มีผู้ใหญ่ในรัฐบาลรายหนึ่งให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ฉบับกระทรวงพลังงาน ได้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาเป็นเปิดให้เอกชนเป็นผู้ยื่นข้อเสนอสำหรับการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในละแปลง โดยเอกชนแต่ละรายจะเสนอผลประโยชน์ให้แก่รัฐเท่าไหร่ก็ได้ สามารถเสนอเป็นสัญญาสัมปทาน หรือสัญญาแบ่งปันผลผลิตอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะกำหนดสูตรเพื่อจะเปรียบเทียบระหว่างข้อเสนอในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้รัฐบาลเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุด โดยอ้างว่าวิธีนี้เป็นการประมูลแข่งขันกันแบบหนึ่ง
นายธีระชัย กล่าวว่า แนวคิดนี้แปลกมากและไม่มีประเทศใดในโลกใช้มาก่อน ไม่ถูกหลักวิชาการ เพราะระบบสัมปทานปิโตรเลียมอยู่ในความควบคุมของเอกชน รัฐได้ค่าภาคหลวงและผลประโยชน์ส่วนเพิ่มเป็นตัวเงิน แต่เอกชนเป็นผู้ตัดสินว่าจะใช้ปิโตรเลียมทำอย่างไรจะขายให้ใคร เพียงแต่จ่ายเงินให้แก่รัฐบาลตามอัตราที่กำหนด
ขณะที่ระบบแบ่งปันผลผลิต รัฐได้ส่วนแบ่งเป็นปิโตรเลียม และส่วนแบ่งนี้อยู่ในความควบคุมของรัฐ รัฐเป็นผู้ตัดสินว่าจะใช้ปิโตรเลียมทำอย่างไร (ก) อาจจะมอบให้หน่วยราชการบางส่วน หรือ (ข) อาจจะใช้เป็นยุทธปัจจัยบางส่วน หรือ (ค) อาจจะขายในตลาดทันที (Spot) บางส่วน หรือ (ง) อาจจะทำสัญญาขายระยะยาวบางส่วน ตัวเลขของทั้งสองระบบจะเปรียบเทียบกันล่วงหน้าไม่ได้ แต่สามารถเปรียบเทียบได้ย้อนหลัง
ทั้งนี้ หากตัวเลขจากระบบแบ่งปันผลิตเกิดต่ำกว่าตัวเลขจากระบบสัมปทาน ก็ไม่ได้หมายความอัตโนมัติว่า สัญญาแบ่งปันผลผลิตจะด้อยกว่าสัมปทาน เนื่องจากวิธีการขายระหว่างแบบ (ก) - แบบ (ง) อาจทำให้ตัวเลขต่ำกว่า แต่ประเทศอาจจะได้ประโยชน์โดยรวมสูงกว่า ถ้าหากรัฐบาลพยายามนำแนวคิดนี้มาใช้ ภาคประชาชนจะยื่นเรื่องไปที่ศาลปกครอง และจะร้องเรียนให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ และจะมีการต่อสู้ในทุกเวที เพราะไม่เป็นธรรม และไม่ทำให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด
“ผมอ่านเลยไปด้วยว่า เป็นวิธีการที่จะแทรกขบวนการ เพื่อให้สัมปทานแก่แปลงที่กำลังจะหมดอายุ โดยเฉพาะแปลงเอราวัณ/บงกช ซึ่งเดิมกฎหมายปิดช่องไม่สามารถต่อสัมปทานได้อีก แต่คราวนี้จะสามารถแทรกเข้ามาด้วยการใช้ระบบเล่นกล อ้างว่ามีการประมูลหรือไม่” นายธีระชัย กล่าว
นายคุรุจิต นาครทรรพ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมของกระทรวงพลังงาน มีเป้าหมายสำคัญ คือ ต้องการเพิ่มทางเลือกในการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ ให้รัฐบาลพิจารณาใช้ระบบสัมปทาน ไทยแลนด์ ทรีพลัส หรือระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) หรือทั้งสองระบบก็ได้ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการสำหรับแปลงสำรวจที่จะเปิดให้มีการลงทุนโดยเอกชน เพื่อความมั่นคงทางพลังงานในการจัดหาปิโตรเลียมของประเทศ
สำหรับกฎหมายที่นำเสนอเพื่อพิจารณาครั้งนี้ จะใช้เป็นทางเลือกในการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตร เลียม เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ไม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สัมปทานจะหมดอายุในปี 2565-2566







