
ไฟเขียวงบกลาง ซ่อมถนนชำรุด
ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยารวมถึงคลองสายหลักที่ลดลงส่งผลทำให้ถนนหลายเส้นชำรุด นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจและหาแนวทางแก้ปัญหา
ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยารวมถึงคลองสายหลักที่ลดลงส่งผลทำให้ถนนหลายเส้นชำรุด นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจและหาแนวทางแก้ปัญหา
กระทรวงคมนาคมได้รายงานความคืบหน้ากรณีพบถนนเลียบคลองเกิดการทรุดตัวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 7 ก.ค. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้พร้อมกับสั่งการให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) สำรวจถนนทุกเส้นทางและทุกพื้นที่ หากพบปัญหาให้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว
พร้อมเปิดช่องให้ใช้งบประมาณของ ทช.ที่มีอยู่ หรือจะเสนอขออนุมัติงบประมาณกลางปีจากรัฐบาลก็ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยง เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายและงบประมาณที่จะใช้ในการซ่อมบำรุงแบบถาวรต่อไป ส่วนจุดที่มีปัญหาถนนพังบริเวณ จ.สระบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา นั้น จะซ่อมบำรุงเพื่อให้สามารถใช้งานได้ชั่วคราว หลังจากนั้นได้เร่งให้ ทช.สำรวจเส้นทางทั้งหมดในส่วนของพื้นที่จุดเสี่ยง เพื่อดำเนินการซ่อมบำรุงแบบถาวรต่อไป
นายดรุณ แสงฉาย อธิบดี ทช. กล่าวว่า กรณีที่พบถนนทรุดตัวนั้นเป็นถนนในส่วนที่ ทช.ได้รับโอนมาจากกรมชลประทานเมื่อ 5 ปีที่แล้ว รวมทั้งสิ้นประมาณ 3,000 กม. กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นถนนคันดินที่ก่อสร้างมาจากดินที่ขุดเพื่อทำคลอง มีวัตถุประสงค์เดิมเพื่อการบำรุงรักษาคลอง ไม่ใช่ถนนเพื่อการสัญจรหรือรองรับรถบรรทุกขนาดหนัก โดยถนนที่มีปัญหาหรือมีความเสี่ยงคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% หรือประมาณ 20 กม. อยู่ในพื้นที่ดินอ่อนบริเวณภาคกลางตอนล่าง ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และสิงห์บุรี เป็นต้น
ทั้งนี้ จะประกาศห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านในจุดพื้นที่เสี่ยงหรือจุดที่ได้รับความเสียหาย ส่วนแผนระยะยาวจะต้องสำรวจและเจาะดินเพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อการออกแบบในการปรับและเสริมโครงสร้างเพื่อให้เกิดความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งแต่ละจุดจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 15–20 ล้านบาท พร้อมกับเตรียมออกประกาศเป็นกฎหมายบังคับเพื่อจำกัดน้ำหนักของรถบรรทุกจาก 25 ตัน เหลือ 18 ตัน ห้ามผ่านในเส้นทางถนนที่มีการติดป้ายเตือนว่าเป็นจุดเสี่ยงด้วย
“ที่ผ่านมา ทช.ได้ดูแลเรื่องการทรุดตัวของถนนเหล่านี้ แต่การซ่อมบำรุงถนนทุกสายเพื่อไม่ให้มีการทรุดตัวนั้น จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่ง ทช.ได้พยายามดำเนินการให้ดีที่สุดตามกรอบของงบประมาณที่ได้รับในแต่ละปี” นายดรุณ กล่าว







