จีนระงับขายหุ้น 1,249 บริษัทกระทบไทยน้อย
ธปท.ชี้สั่งระงับขายหุ้น 1,249 บริษัทในจีนกระทบตลาดการเงินโลกและนักลงทุนไทยน้อย เหตุคนไทยไม่นิยมลงทุนโดยตรงในตลาดหุ้นจีน และนิยมลงทุนเฉพาะที่จัดอันดับเครดิตสูง
ธปท.ชี้สั่งระงับขายหุ้น 1,249 บริษัทในจีนกระทบตลาดการเงินโลกและนักลงทุนไทยน้อยเหตุคนไทยไม่นิยมลงทุนโดยตรงในตลาดหุ้นจีน และนิยมลงทุนเฉพาะที่จัดอันดับเครดิตสูง
นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงผลกระทบต่อกรณีประเทศจีนสั่งระงับการซื้อขายหุ้น 1,249 บริษัทเมื่อเช้าวันนี้ ว่า แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์จีนที่ปรับลดลงจะส่งผลต่อความเชื่อมั่น( Sentiment)ของ นักลงทุนอยู่บ้าง แต่ในภาพรวมผลกระทบต่อตลาดเงินโลกยังมีไม่มากนัก ส่วนผลต่อการลงทุนของนักลงทุนไทยในประเทศจีนส่วนใหญ่มิได้เป็นการลงทุนในตลาดหุ้นจีนโดยตรง แต่จะเป็นการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ( FIF) ซึ่งมักลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับเครดิตในระดับสูงที่ A+ หรือ A อีกทอดหนึ่ง
“โดยรวมการปรับลดลงของตลาดหลักทรัพย์จีน ธปท.ประเมินว่าน่าจะมีผลกระทบต่อฐานะการลงทุนของไทยค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ดี ธปท. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป” นายจิรเทพกล่าว
นายจิรเทพ กล่าวว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อความผันผวนและเทขายหลักทรัพย์ แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนล่าสุดยังไม่ชัดเจน เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของจีนมีถึงเพียงเดือนพ.ค.ปีนี้ แต่หากตลาดหุ้นจีนยังคงปรับลดต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจผ่านความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ลดลง และความมั่งคั่งของภาคครัวเรือน (Wealth effect) ที่ปรับลดลงทั้งจากเงินออมและมูลค่าราคาทรัพย์สิน ซึ่งจะกระทบต่อการบริโภคของภาคครัวเรือนในระยะต่อไป อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อการระดมทุนในจีนไม่น่าจะมากนักเพราะ การระดมเงินโดยรวม(Aggregate Financing) จากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์มีน้อยเพียง 2%
ทั้งนี้ ปัจจุบันกลุ่มนักลงทุนรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์จีนมีการถือครองคิดเป็นสัดส่วนที่ 20% ของมูลค่าตลาด ซึ่งนักลงทุนรายย่อยเหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้เงินลงทุนจาก (1) เงินออมและ (2) การกู้ยืมแบบสินเชื่ออัตรากำไรขั้นต่ำ( margin loan) ดังนั้น เมื่อราคาหลักทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกันลดลงต่ำกว่าระดับอัตรากำไรกำไรขั้นต้น( maintenance margin) นักลงทุนเหล่านี้จะถูกบังคับขายหลักทรัพย์ และต้องรับผลขาดทุนไป จึงไม่ส่งผลต่อตลาดรวมมากนัก







