
ไทยหวังยกระดับตราสารหนี้หลังลาวออก "บาทบอนด์"
ลาวออกพันธบัตรสกุลเงินบาทหาเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้กว่า 2.1 หมื่นล้านบาท ด้านพม่า ภูฏานเตรียมเข้าสำรวจตลาดเพิ่ม
ลาวออกพันธบัตรสกุลเงินบาทหาเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้กว่า 2.1 หมื่นล้านบาท ด้านพม่า ภูฏานเตรียมเข้าสำรวจตลาดเพิ่ม
นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ( สบน. ) เปิดเผยว่า รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประสบความสำเร็จในการออกพันธบัตรสกุลเงินบาท ในประเทศไทย ( บาทบอนด์ ) ประจำรอบที่ 2 ของปี 2558 มีวงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทได้เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา แยกเป็นพันธบัตรอายุ 3 ปี วงเงิน 1,000 ล้านบาท (ดอกเบี้ย 3.56 % ต่อปี ) , พันธบัตรอายุ 5 ปี วงเงิน 5,000 ล้านบาท (ดอกเบี้ย 4.32 % ต่อปี) และพันธบัตรอายุ 10 ปี วงเงิน 6,000 ล้านบาท (ดอกเบี้ย 5.00 % ต่อปี) โดยพันธบัตรดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากทริส เรทติ้งที่ระดับ BBB+
ส่งผลให้วงเงินรวมในการออกบาทบอนด์ของ สปป.ลาว ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2556 – 2558 มียอดคงค้างบาทบอนด์ทั้งสิ้น 2.15 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 25 % ของยอดคงค้างบาทบอนด์ในตลาดตราสารหนี้ไทย โดย สปป.ลาว นำเงินดังกล่าวไปลงทุนในประเทศเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งรัฐบาลไทยมีความยินดีที่ได้เป็นประเทศแรกที่สนับสนุนให้ สปป.ลาว สามารถระดมทุนนอกประเทศได้สำเร็จ
นายธีรัชย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และราชอาณาจักรภูฏานได้แสดงความสนใจ และอยู่ระหว่างการสำรวจความเป็นไปได้ในการออกบาทบอนด์ในประเทศไทย ซึ่งการออกบาทบอนด์ของของ สปป.ลาว ถือเป็นการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในภูมิภาค รองรับยุทธศาสตร์ของกระทรวงการคลัง ในการยกระดับให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านตลาดตราสารหนี้ในภูมิภาคและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน







