posttoday
กรมประมงยันหยุดเดินเรือไม่กระทบบริโภคอาหารทะเล

กรมประมงยันหยุดเดินเรือไม่กระทบบริโภคอาหารทะเล

07 กรกฎาคม 2558

รองอธิบดีกรมประมงเผยการหยุดเดินเรือไม่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคอาหารทะเลในประเทศ ชี้ประมงพื้นบ้านจับปลาได้มากขึ้น

รองอธิบดีกรมประมงเผยการหยุดเดินเรือไม่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคอาหารทะเลในประเทศ ชี้ประมงพื้นบ้านจับปลาได้มากขึ้น

น.ส.วราภรณ์ พรหมพจน์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมนาหัวข้อ "การทำประมงเพื่ออนาคต:สู่การทำประมงอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืนในประเทศไทย" ถึงกรณีที่เรือประมงหยุดออกปลาขณะนี้ว่า ได้สั่งการให้ประมงจังหวัดทั้ง 22 จังหวัด ที่ติดทะเลเร่งออกประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของเรือมาจดทะเบียน และออกใบอาชญาบัตรให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ การหยุดเดินเรือประมงไม่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคอาหารทะเลในประเทศ เพราะอาหารทะเลยังมีจำนวนมากที่อยู่ในสต๊กอ ขณะที่ผู้ประกอบการอาหารทะเลแช่แข็งเริ่มปล่อยสินค้าอาหารทะเลออกมาสู่ตลาดในประเทศ ส่วนเรือประมงพื้นบ้านก็สามารถจับปลาได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่กระทบต่อการส่งออกอาหารทะเลไปยังต่างประเทศ และแม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์เนื้อปลาบด (Surimi) ขาดตลาดบ้าง แต่ผู้ประกอบการก็สามารถนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศอื่นมาแปรรูปเพื่อส่งออกได้

นอกจากจากนี้ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลแก้ปัญหาประมงถูกทาง ซึ่งในช่วงเวลา 4 เดือนที่เหลือก่อนที่อียูจะพิจารณาการดำเนินแก้ไขประมงของไทย เชื่อว่าความพยายามทั้งหมด จะไม่ทำให้ประเทศไทยได้รับใบแดงจากไอยูยู

ส่วนจะได้ใบเหลืองต่อหรือไม่ ก็ไม่อาจคาดเดาได้ แต่อย่างน้อยที่สุดทุกมาตรการที่ผ่านมา ก็ยืนยันได้ว่ารัฐบาลได้ดำเนินงานเต็มที่ เพื่อการทำประมงที่ยั่งยืนของไทย และคาดว่าไทยจะทราบผลการพิจารณาของอียูในวันที่ 20 ต.ค.นี้

น.ส.วราภรณ์ กล่าวต่อว่า การทำประมงจะต้องคำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อภาครัฐ อุตสาหกรรมประมงไทย ประมงพื้นบ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้เรียนรู้ร่วมกันในการทำประมงแบบยั่งยืนตามหลักสากล และในขณะนี้กรมประมงเตรียมที่จะนำอากาศยานไร้คนขับมาใช้ติดตามเรือประมงทางอากาศ

"ประเทศไทยนำเข้าสัตว์น้ำจาก 37 ประเทศส่งไปยุโรป และนำเข้าสัตว์น้ำจาก 70 ประเทศเพื่อส่งไปทั่วโลก ส่วนการติดตั้งระบบวีเอ็มเอส ขณะนี้ได้มีการติดตั้งซอฟแวร์เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และสามารถติดตามเรือที่มีการติดตั้งระบบดังกล่าว โดยปัจจุบันมีเรือประมงไทยขนาด 60 ตันกรอสอยู่ประมาณ 2,000 ลำ ซึ่งมีการติดตั้งระบบวีเอ็มเอส จำนวน 498 ลำ ส่วนที่เหลือกว่า 1,500 ลำ คาดว่ากองทัพบก กองทัพเรือ และกรมเจ้าท่ากำลังเร่งให้มีการติดตั้งระบบวีเอ็มเอสให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน ขณะที่เรือประมงนอกน่านน้ำติดตั้งแล้ว 45 ลำ นอกจากนี้ กรมประมงได้เชิญผู้ประกอบการประมงน่านน้ำปาปัวนิวกินีที่ติดธงไทยมาพูดคุย โดยกลุ่มผู้ประกอบการได้รับปากจะร่วมติดตั้งระบบวีเอ็มเอสให้เสร็จสิ้นภายในเดือนก.ค. 2558"รองอธิบดีกรมประมง กล่าว

ด้าน นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย กล่าวว่า การที่อียูให้ใบเหลืองประเทศไทย ถือเป็นความท้าทายที่ให้โจทย์มาใน 3 เรื่อง คือ การต่อต้านการค้ามนุษย์ การต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย และการส่งเสริมทำประะมงอย่างยั่งยืน ซึ่งในปัจจุบันอุตสากรรมการประมงไทยที่ส่งไปทั่วโลก คิดเป็น 27% หรือมีการส่งออกไปกว่า 100 ประเทศ

"เรามั่นใจในระบบการจัดการในอุตสากรรมไทยในตอนนี้ โดยเรามีความพยายามที่จะปรับปรุงระบบเข้ากับกฎหมายใหม่ไทย และยังให้ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ อย่างองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ หรือไอแอลโอ ในเรื่องแก้ไขปัญหาแรงงานในอุตสาหกรรมประมงที้่ผิดกฎหมาย ถามว่า ทรัพยากรในอ่าวไทยเป็นของใคร เรามองว่าไม่ได้เป็นของไทยประเทศเดียว แต่เป็นของโลก" นายชนินทร์ กล่าว

ทั้งนี้ ขอยืนยันการดำเนินงานของอุตสากรรมการประมงไทยต่อการให้ร่วมมือกันเพื่อรักษาทรัพยากรทางทะเลไว้อย่างยั่งยืน และขอสนับสนุนกฎหมายประมงของรัฐบาล และประกาศเจตนารมณ์จะไม่ซื้อปลาที่ผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันก็มีระบบการตรวจสอบการนำเข้าอาหารทะเลที่ตัวเลขต้องตรงกับประเทศต้นทางที่ส่งออกมายังประเทศไทย ดังนั้น ขอให้มั่นใจต่อการดำเนินการของไทยได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท